2พงศ์กษัตริย์ 3 - พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971รัชกาลเยโฮรัม พระราชาแห่งอิสราเอล 1 ในปีที่สิบแปดของรัชกาลเยโฮชาฟัทพระราชา แห่งยูดาห์ เยโฮรัมโอรสของอาหับได้เริ่มครอบครองเหนืออิสราเอล ณ กรุงสะมาเรียและทรงครองอยู่สิบสองปี 2 พระองค์ทรงกระทำสิ่งที่ชั่วในสายพระเนตรพระเจ้า แต่ไม่เหมือนราชบิดาและราชมารดาของพระองค์ พระองค์ทรงทำลายเสาศักดิ์สิทธิ์แห่งพระบาอัล ซึ่งราชบิดาของพระองค์ทรงกระทำไว้เสีย 3 แม้กระนั้นพระองค์ยังทรงเกาะติดอยู่ กับบาปของเยโรโบอัมบุตรเนบัท ซึ่งพระองค์ทรงกระทำให้อิสราเอล ทำด้วยพระองค์หาได้ทรงพรากจากบาปนั้นไม่ เอลีชาพยากรณ์ว่า จะชนะโมอับ 4 ฝ่ายเมชาพระราชาแห่งโมอับทรงเป็นผู้เพาะแกะ และพระองค์ต้องถวายลูกแกะหนึ่งแสนตัว และขนแกะผู้แสนตัวให้แก่พระราชาอิสราเอล 5 แต่อยู่มาเมื่ออาหับสิ้นพระชนม์แล้ว พระราชาแห่งโมอับก็กบฏต่อพระราชาแห่งอิสราเอล 6 กษัตริย์เยโฮรัมจึงกรีธาทัพออกจากสะมาเรียในครั้งนั้น และทรงเกณฑ์คนอิสราเอลทั้งสิ้น 7 พระองค์ทรงส่งสารไปยังเยโฮชาฟัท พระราชาแห่งยูดาห์ว่า <<พระราชาแห่งโมอับได้กบฏต่อข้าพเจ้า ท่านจะไปรบกับโมอับพร้อมกับข้าพเจ้าได้หรือไม่>> และท่านว่า <<เราจะไป เราก็เป็นดังที่ท่านเป็น และประชาชนของเราก็เป็นดังประชาชนของท่าน บรรดาม้าของเราก็เป็นดังม้าของท่าน>> 8 แล้วท่านว่า <<เราจะขึ้นไปทางใด>> เยโฮรัมทรงตอบไปว่า <<ไปทางถิ่นทุรกันดารเมืองเอโดม>> 9 พระราชาแห่งอิสราเอลจึงเสด็จไปพร้อมกับ พระราชาแห่งยูดาห์ และพระราชาแห่งเอโดม และเมื่อทั้งสามกษัตริย์เสด็จอ้อมไปได้เจ็ดวันแล้ว ก็หาน้ำให้กองทัพและให้สัตว์ที่ติดตามมานั้นไม่ได้ 10 แล้วพระราชาแห่งอิสราเอลจึงตรัสว่า <<อนิจจาเอ๋ย พระเจ้าทรงเรียกสามกษัตริย์นี้ มาเพื่อจะมอบไว้ในมือของโมอับ>> 11 และเยโฮชาฟัทตรัสว่า <<ที่นี่ไม่มีผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า เพื่อเราจะให้ทูลถามพระเจ้าหรือ>> แล้วข้าราชการคนหนึ่งของพระราชาอิสราเอลจึงทูลว่า <<เอลีชาบุตรชาฟัทอยู่ที่นี่พระเจ้าข้า เป็นผู้ที่เทน้ำใส่มือเอลียาห์>> 12 และเยโฮชาฟัทตรัสว่า <<พระวจนะแห่งพระเจ้าอยู่กับท่าน>> พระราชาแห่งอิสราเอลและเยโฮชาฟัทและ พระราชาแห่งเอโดมจึงเสด็จลงไปหาท่าน 13 และเอลีชาทูลพระราชาแห่งอิสราเอลว่า <<ข้าพระบาทมีเรื่องอะไรเกี่ยวข้องกับฝ่าพระบาท เสด็จไปหาผู้เผยพระวจนะของเสด็จพ่อและเสด็จแม่ ของฝ่าพระบาทเถิด>> แต่พระราชาแห่งอิสราเอลตรัสกับท่านว่า <<หามิได้ ด้วยพระเจ้าทรงเป็นผู้เรียกกษัตริย์ ทั้งสามนี้มาเพื่อมอบไว้ในมือของโมอับ>> 14 และเอลีชาทูลว่า <<พระเจ้าจอมโยธาซึ่งข้าพระบาทปรนนิบัติ ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด ถ้าข้าพระบาทมิได้เคารพคารวะต่อเยโฮชาฟัท พระราชาแห่งยูดาห์แล้ว ข้าพระบาทจะไม่มองพระพักตร์พระองค์หรือดูแลพระองค์เลย 15 ขอทรงนำผู้เล่นเครื่องสายมาให้ข้าพระบาทสักคนหนึ่ง>> และเมื่อผู้เล่นเครื่องสายบรรเลงแล้วฤทธานุภาพของ พระเจ้าก็มาเหนือท่าน 16 และท่านทูลว่า <<พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า <ทำหุบเขานี้ให้เป็นสระทั่วไปหมด> 17 เพราะพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า <เจ้าทั้งหลายจะไม่เห็นลมหรือฝน ถึงอย่างไรก็ดีหุบเขานั้นจะมีน้ำเต็มไปหมด เพื่อเจ้าจะได้ดื่ม ทั้งเจ้า ฝูงสัตว์เลี้ยงและสัตว์ใช้ของเจ้า> 18 เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยในสายพระเนตรพระเจ้า พระองค์จะทรงมอบคนโมอับไว้ในมือของเจ้าด้วย 19 เจ้าจะโจมตีเมืองที่มีป้อมทุกเมือง และเมืองเอกทุกเมือง และจะโค่นต้นไม้ลงทุกต้น และจะจุกน้ำพุทุกแห่งเสีย และทำไร่นาที่ดีทุกแปลงให้เสียด้วยหิน>> 20 และอยู่มาพอรุ่งเช้าประมาณเวลาถวายเครื่องบูชา ดูเถิด มีน้ำมาจากทางเมืองเอโดม จนแผ่นดินมีน้ำเต็มหมด 21 และเมื่อคนโมอับทั้งหลายได้ยินว่าบรรดาพระราชายกไปสู้รบกับตน คนที่มีอายุสวมเกราะและสูงขึ้นไปก็ได้รวบรวมกันเข้าและยกไปตั้งที่พรมแดน 22 เมื่อเขาตื่นขึ้นในตอนเช้า และดวงอาทิตย์ส่องแสงอยู่บนน้ำ คนโมอับเห็นน้ำที่อยู่ตรงข้ามกับตนแดงอย่างโลหิต 23 เขาทั้งหลายกล่าวว่า <<นี่เป็นโลหิต บรรดาพระราชาที่ได้สู้รบกันเอง และฆ่ากันเอง โมอับเอ๋ย มาเถิด มาริบเอาข้าวของของเขา>> 24 แต่เมื่อเขามาถึงค่ายอิสราเอล คนอิสราเอลก็ลุกขึ้นต่อสู้กับคน โมอับจนเขาทั้งหลายหนีไป และเขาก็รุกหน้าเข้าไปในแผ่นดินฆ่าฟันคนโมอับ 25 เขาทั้งหลายได้ทลายหัวเมือง และต่างคนก็ต่างโยนหินเข้าไปในไร่นาที่ดี ทุกแปลง เขาจุกน้ำพุเสียทุกแห่ง และโค่นต้นไม้ดีๆเสียหมด จนในคีร์หะเรเชท มีแต่หินของเมืองเหลืออยู่ บรรดานักสลิงได้ล้อมเมืองไว้และโจมตีได้ 26 เมื่อพระราชาแห่งโมอับทรงเห็นว่าจะสู้ไม่ได้ พระองค์ก็ทรงพาพลดาบเจ็ดร้อยคน จะตีฝ่าออกมาทางด้านพระราชาเมืองเอโดม แต่ออกมาไม่ได้ 27 แล้วพระองค์ทรงนำโอรสหัวปี ผู้ซึ่งควรจะขึ้นครองแทนนั้น ถวายเป็นเครื่องเผาบูชาเสียที่บนกำแพง และมีพระพิโรธใหญ่ยิ่งต่อพวกอิสราเอล เขาทั้งหลายก็ยกถอยไปจากพระองค์และกลับบ้านเมืองของตน |