สุภาษิต 20 - พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 19401 เหล้าองุ่นทำให้เกิดการเย้ยหยัน, และสุราทำให้เกิดการพาลเกเร; และผู้ใดมัวเมาด้วยสองสิ่งนั้นก็เป็นโฉดเขลา. 2 ความพิโรธของกษัตริย์ก็เปรียบเหมือนเสียงคำรามแห่งสิงห์โต; และผู้ใดยุแหย่ให้กษัตริย์พิโรธก็ให้เกิดมีภัยแก่ชีวิตของตนเอง. 3 ที่จะเขยิบตัวให้พ้นจากระดับการทะเลาะวิวาทกันนั้นก็เป็นมงคลแก่ตน, แต่คนโฉดเขลาทุกคนมักก่อการวิวาทเสมอ. 4 คนเกียจคร้านไม่ยอมไถนาในฤดูทำนา; เหตุฉะนั้นเขาจะต้องขอทานในฤดูเกี่ยวข้าวและเป็นคนขัดสน. 5 ความมุ่งหมายในใจคนลึกเหมือนน้ำลึก; แต่คนที่มีความเข้าใจจะยกขึ้นมาได้. 6 คนโดยมากมักจะประกาศคุณความดีของตนเอง; แต่คนสัตย์ซื่อแท้ๆ ใครเล่าจะหาพบ? 7 คนชอบธรรมที่ประพฤติตามความสุจริตของตน, ลูกหลานของเขาจะอยู่เป็นสุข. 8 กษัตริย์ผู้ทรงนั่งพิพากษาบนพระที่นั่งทรงคิดแยกคนชั่วออกด้วยสายพระเนตรของพระองค์. 9 ใครจะว่าได้ว่า, “ข้าฯ ได้ชำระใจของข้าฯ ให้สะอาดแล้ว; ข้าฯ บริสุทธิ์ปราศจากบาปทุกอย่าง?” 10 ลูกตุ้มฉ้อต่างๆ และทะนานโกงต่างๆ ทั้งสองอย่างนั้นเป็นที่น่าเกลียดสะอิดสะเอียนต่อพระยะโฮวา. 11 ถึงเป็นเด็กอยู่ก็ยังสังเกตความประพฤติของเขาว่าจะเป็นคนดีหรือชั่ว. 12 หูที่ได้ยิน, ตาที่แลเห็น, พระยะโฮวาได้ทรงสร้างทั้งสองอย่าง. 13 อย่าชอบนอนหลับจนเหลือเกิน, เกรงว่าจะถึงแก่ความยาก; จงลืมตาขึ้นเถิดจึงจะมีอาหารกินอิ่ม. 14 ผู้ซื้อมักจะว่า, “ของนี้ไม่ดี, ของนี้ไม่ดี;” แต่เมื่อไปจากที่นั่นแล้วก็อวดว่าซื้อของได้ถูกดี. 15 ทองคำและทับทิมก็มีเป็นอันมาก; แต่ริบฝีปากประกอบด้วยความรู้ก็เป็นเหมือนพลอยอันประเสริฐยิ่ง. 16 จงเอาเสื้อของผู้ค้ำประกันคนอื่นไว้เถิด; และยึดเขาไว้เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องค้ำประกันคนอื่นนั้น. 17 อาหารที่ได้โดยการฉลาดแกมโกงย่อมมีรสหวานแก่คนที่ได้นั้น; แต่ภายหลังปากของคนนั้นจะเต็มไปด้วยกรวดทราย. 18 เมื่อจะวางโครงการณ์จงหารือกันก่อน, และเมื่อจะทำการสงครามจงปรึกษากันให้รอบคอบ. 19 คนที่เที่ยวเล่าเรื่องของคนอื่นมักแพร่งพรายความลับ; เหตุฉะนั้นอย่าคบค้ากับคนปากบอน. 20 คนที่ด่าแช่งบิดามารดาของตน, ดวงสว่างของเขาจะดับมืดมิดไป. 21 ทรัพย์ที่เป็นมรดกในชั้นต้นจะได้รับโดยเร็ว, แต่ที่สุดปลายมรดกนั้นก็ไม่เป็นมงคล. 22 อย่ากล่าวว่า, “เราจะแก้แค้นเอง;” จงคอยพระยะโฮวาเถิด, และพระองค์จะทรงช่วยท่าน. 23 ตุ้มขี้ฉ้อนั้นเป็นที่สะอิดสะเอียนแก่พระยะโฮวา, และตราชูฉ้อทุกอย่างก็เป็นของไม่ดี. 24 การเคลื่อนไหวทั้งหลายของมนุษย์อยู่ในความคุ้มครองของพระยะโฮวา; เหตุฉะนั้นใครจะเข้าใจในทางประพฤติของตนได้? 25 ผู้ที่ปฏิญาณตนจะถวายของแก่พระเจ้าโดยมิได้ตรึกตรอง, แล้วภายหลังมาสำนึกตัวก็เสียดายเช่นนี้ก็เป็นเครื่องดักสำหรับคนนั้น. 26 กษัตริย์ที่มีปัญญาก็ทรงฝัดคนชั่ว, และทรงกระทำแก่เขาเหมือนนวดข้าว. 27 มโนธรรมของมนุษย์เป็นดวงประทีปของพระยะโฮวา, สำหรับส่องเข้าไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย. 28 ความเมตตาและความสัตย์จริงเป็นเครื่องป้องกันกษัตริย์ไว้, และพระที่นั่งของท่านจะดำรงอยู่ได้โดยพระกรุณา. 29 สง่าของชายฉกรรจ์ก็คือความล่ำสันแข็งแรงของเขา, และความงามแห่งคนชราคือผมขาวของเขา. 30 การเฆี่ยนตีให้เป็นรอยฟกช้ำเป็นที่กำจัดความชั่ว; และแนวเฆี่ยนนั้นทำให้รู้สึกซึ้งเข้าไปถึงภายในที่สุดของกาย |
พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับ 1940 สงวนลิขสิทธิ์ 1940 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย The Holy Bible – Thai 1940 Copyright ©1940 Thailand Bible Society
Thailand Bible Society