โยบ 42 - พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 19401 แล้วโยบจึงทูลตอบพระยะโฮวาว่า, 2 “ข้าพเจ้าทราบแล้วว่าพระองค์ทรงกระทำอะไรได้สารพัตร, และไม่มีอะไรจะมาขัดขวางพระดำริของพระองค์นั้นได้เลย. 3 ใครเล่าเป็นผู้ให้คำแนะนำไขว้เขวไปด้วยถ้อยคำอันโฉดเขลา? ก็คือข้าพเจ้านี่เองแหละซึ่งได้พูดสิ่งซึ่งข้าฯ ไม่เข้าใจเลย, สิ่งอันน่ามหัศจรรย์เกินไปซึ่งข้าฯ เองก็ไม่รู้ได้. 4 ข้าฯ วิงวอนขอพระองค์ให้ทรงสดับฟังแล้วข้าฯ จะทูลความ. ข้าฯ จะทูลร้องขอพระองค์โปรดสั่งสอนให้ข้าฯ เข้าใจ. 5 แต่ก่อนข้าฯ ได้ยินถึงเรื่องพระองค์ด้วยหูฟังเรื่องราวมา, แต่บัดนี้ข้าฯ เห็นพระองค์ด้วยตาของข้าฯ แล้ว. 6 เพราะฉะนั้นข้าฯ จึงชังตัวของข้าฯ เองอย่างยิ่ง, และกลับใจรับผิดด้วยอาการเกลือกลงในฝุ่นและขี้เถ้า.” 7 อยู่มาเมื่อพระยะโฮวาได้ตรัสคำเหล่านี้แก่โยบแล้ว, ก็ได้ตรัสต่อไปแก่อะลีฟาศชาวเธมานว่า, “โทโสของเราได้พลุ่งขึ้นต่อเจ้าแล้ว, และต่อมิตรสหายสองคนของเจ้าด้วย, เพราะเจ้าได้พูดอะไรๆ ถึงเรานั้นไม่เป็นความจริง ดังโยบผู้ทาสของเราได้กล่าวแล้ว. 8 เหตุฉะนี้เจ้าจงจัดโคตัวผู้เจ็ดตัว, และแกะตัวผู้เจ็ดตัว, ไปขมาโยบผู้ทาสของเรา; และจงถวายบูชาเพลิงสำหรับตัวเจ้า. และโยบผู้ทาสของเราจะอธิษฐานเพื่อเจ้า. เพราะเห็นแก่โยบนั้น, เราจะไม่ทำโทษเจ้าที่สมกับความโฉดเขลาของเจ้านั้น. ด้วยว่าเจ้ามิได้กล่าวถึงฝ่ายเราในสิ่งที่ถูกต้องเหมือนโยบผู้ทาสของเราได้กล่าวแล้วนั้น,” 9 และอะลีฟาศชาวเธมาน, และบิลดัดชาวซูฮาและโซฟาร์ชาวนาอามานก็ได้ไป, และได้กระทำกิจตามที่พระยะโฮวาได้บัญชาแก่เขา. ดังนั้นแหละพระยะโฮวาทรงรับรองท่านโยบ 10 แล้วเมื่อท่านโยบได้ลงมืออธิษฐานเผื่อเหล่ามิตรสหายของท่าน, พระยะโฮวาก็ได้ทรงเปลี่ยนโชคของโยบ, และพระยะโฮวาได้ทรงประทานอะไรๆ ให้แก่โยบสองเท่าของที่ท่านมีแต่ก่อน. 11 บัดนั้นเหล่าพี่น้องชายหญิง, และบรรดาเพื่อนฝูงมิตรสหายแต่เก่าก่อน, ได้มาเยี่ยมท่านและรับประทานอาหารในบ้านเรือนของท่าน. ต่างคนก็ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับท่าน, และพูดจาปลอบโยนท่านในเรื่องร้ายๆ ซึ่งพระยะโฮวาทรงปล่อยให้เกิดแก่ท่าน. ต่างก็เอาเงินมาให้ท่านคนละแท่งๆ, และแหวนทองคำคนละวงๆ 12 ดังนี้แหละพระยะโฮวาได้ทรงอวยพรชีวิตบั้นปลายของโยบให้รุ่งเรืองยิ่งกว่าชีวิตในบั้นต้นของท่าน. และท่านก็มีเเกะถึงหมื่นสี่พัน, และอูฐห้าพัน, และโคพันคู่, และลาตัวเมียพันตัว. 13 และท่านกลับมีบุตรชายเจ็ดคนและบุตรหญิงสามคน. 14 และบุตรหญิงคนหัวปีนั้นท่านตั้งชื่อว่ายะมีมา, คนที่สองชื่อว่าคะซีฮา, และคนที่สามชื่อเคเรนฮะฟูด. 15 ในถิ่นที่นั้นไม่มีหญิงใดรูปงามราวลูกสาวของท่านโยบเลย. และบิดาของเขาได้แบ่งทรัพย์มฤดกให้ดังลูกชายเหมือนกัน. 16 ต่อนั้นไปท่านโยบก็มีอายุยืนอยู่อีกร้อยสี่สิบปี, และท่านได้เห็นลูกเห็นหลานต่อๆ ไปจนสี่ชั่วคน. 17 ดังนั้นท่านโยบก็ได้ถึงแก่ความตายเป็นผู้มีอายุชราแก่หง่อมเต็มขนาด |
พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับ 1940 สงวนลิขสิทธิ์ 1940 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย The Holy Bible – Thai 1940 Copyright ©1940 Thailand Bible Society
Thailand Bible Society