ยะเอศเคล 33 - พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 19401 และคำแห่งพระยะโฮวามายังข้าพเจ้าว่า, 2 บุตรมนุษย์เอ๋ย, จงกล่าวแก่ลูกหลานแห่งพลไพร่แห่งท่าน, และว่าแก่เขาทั้งหลายว่า, ขณะเมื่อเราให้กะบี่มาเหนือแผ่นดิน, ถ้าพลไพร่แห่งแผ่นดินนั้นเอาคนผู้หนึ่งแต่เขตต์แดนของเขา, และตั้งคนนั้นเป็นผู้ตรวจตราดูแลสำหรับเขาทั้งหลาย. 3 ถ้าเมื่อผู้นั้นเห็นกะบี่มาอยู่เหนือแผ่นดิน, ก็เป่าแตรเตือนสติพลไพร่นั้น, 4 ขณะผู้ใดๆ ยินเสียงแตรนั้น, และมิได้ระวังตัว, ถ้ากะบี่มาเอาเขาไปเสีย, โลหิตของเขาจะอยู่ในศีรษะของเขาเอง, 5 เขาได้ยินเสียงแตรนั้นและมิได้ระวังตัว, โลหิตของเขาจะอยู่ในเขา. แต่ถ้าเขาได้ระวังตัวนั้นก็จะได้ทำตัวให้รอด, 6 แต่ถ้าผู้ตรวจตราแลเห็นกะบี่มา, และไม่ได้เตือนสติพลไพร่, และกะบี่มาเอาผู้หนึ่งผู้ใดไปจากเขาทั้งหลาย. ผู้นั้นก็ต้องไปตามบาปโทษของตน, แต่โลหิตของเขาเราจะเรียกเอาแต่มือคนตรวจตรานั้น. 7 อย่างนั้นท่านบุตรมนุษย์เอ๋ย, เราได้ตั้งท่านเป็นผู้ตรวจตราสำหรับเรือนยิศราเอล, เหตุฉะนี้ท่านจงฟังคำแต่พระโอษฐ์ของเรา, และเตือนสติเขาทั้งหลายเพราะเรา. 8 ขณะเมื่อเราว่าแก่คนชั่วว่า, คนชั่วเอ๋ย, เจ้าจะตายเป็นแท้, และท่านมิได้กล่าวเตือนสติคนชั่วนั้นจากทางของเขา, คนชั่วนั้นจะตายในบาปโทษของตน, แต่โลหิตของเราจะเรียกเอาจากมือของท่าน. 9 แต่ถ้าท่านเตือนสติคนชั่วจากทางของเขาเพื่อเขาจะกลับจากทางนั้น, และเขามิได้กลับจากทางของเขา, เขาจะตายในบาปโทษของตน, แต่ท่านได้ทำชีวิตตนให้รอด, 10 และท่านบุตรมนุษย์เอ๋ย, จงว่าแก่เรือนยิศราเอลว่า, ท่านทั้งหลายพูดดัง นี้ว่า, ความชั่วและความบาปทั้งหลายของเราอยู่เหนือเรา, และเราซูบผอมลงเพราะการบาปนั้น, เราจึงจะได้มีชีวิตอย่างไรเล่า, จงว่าแก่เขาทั้งหลายว่า, 11 พระยะโฮวาเจ้าตรัสว่า, เรามีชีวิตฉันใด, เรามิได้ชอบพระทัยในความตาย แห่งคนชั่วฉันนั้น, แต่ (ชอบพระทัย) จะให้คนชั่วกลับเสียจากทางของเขาและมีชีวิต, เจ้าทั้งหลายจงกลับเสีย, จงกลับเสียจากทางชั่วทั้งหลายของเจ้า, เหตุไฉนเจ้าจึงจะตาย, โอ้เรือนยิศราเอล, 12 ท่านบุตรมนุษย์เอ๋ย, จงกล่าวแก่ลูกหลานแห่งพลไพร่ของท่านว่า, ความชอบธรรมแห่งผู้ชอบธรรมจะมิได้ช่วยตัวให้รอดในวันที่ผิดของเขา, และด้วยความชั่วแห่งคนชั่วนั้น, เขาจะมิได้ล้มลงเพราะบาปนั้นในวันที่เขากลับจากความชั่วของเขา, หรือเขาผู้ชอบธรรมจะมิอาจมีชีวิตด้วยความชอบธรรมนั้นในวันแห่งความบาปของเขา. 13 เมื่อเราว่าแก่คนชอบธรรมนั้นว่า, เขาจะมีชีวิตเป็นแท้, ถ้าเขาอาศัยในชอบธรรมของตน, และทำอสัตย์อธรรม, ความชอบธรรมทั้งหลายของเขาจะมิเป็นที่ระลึก, แต่เพราะความอสัตย์อธรรมของเขาที่เขาได้กระทำเพราะการอสัตย์นั้น เขาจะตาย. 14 อนึ่งเมื่อเราว่าแก่คนชั่วว่าเจ้าจะตายเป็นแท้, ถ้าเขาจะกลับจากการบาปของตน, และกระทำการสัตย์ชอบธรรม. 15 ถ้าคนชั่วจะกลับคืนของจำนำเสีย, และส่งคืนซึ่งของที่ลักนั้นเดินในกฎหมายทั้งหลายอันมีชีวิต, มิทำอ สัตย์อธรรม, เขาจะมีชีวิตเป็นแท้, จะมิได้ตาย. 16 การบาปทั้งปวงของเขาที่เขาได้ทำไว้นั้นจะมิได้เป็นที่ระลึกแก่เขา, เขาได้กระทำการสัตย์ธรรม, เขาจะมีชีวิตเป็นแท้. 17 แต่ลูกหลานแห่งพลไพร่ของท่านมักว่า, ทางของพระเจ้าไม่เสมอซื่อตรง, ฝ่ายข้างเขาทางของเขาก็ไม่เสมอซื่อตรง. 18 เมื่อผู้ชอบธรรมกลับจากความชอบธรรมของเขา, และประพฤติการอสัตย์อธรรม. เขาก็จะตายด้วยการอสัตย์นั้น, 19 และเมื่อคนชั่วกลับจากความชั่วของเขา, และกระทำการอสัตย์ชอบธรรม, เขาจะมีชีวิตเพราะการชอบนี้. 20 แต่เจ้าทั้งหลายมักว่า, ทางของพระเจ้าไม่เสมอซื่อตรง, โอ้เรือนยิศราเอลเอ๋ย, เราจะตัดสินแก่เจ้าตามทางทั้งหลายของเขาทุกคน 21 และอยู่มาในวันที่ห้าเดือนที่สิบในปีที่สิบสอง, ที่เราต้องไปเป็นชะเลย, คนหนึ่งที่เหลืออยู่ในยะรูซาเลมได้มาหาข้าพเจ้าว่าเมืองนั้นแตกเสียแล้ว. 22 ในเวลาเย็น, ก่อนผู้ที่เหลืออยู่ได้มาพระหัตถ์ของพระยะโฮวาก็อยู่เหนือข้าพเจ้า, และพระองค์ได้ให้ปากของข้าพเจ้าอ้า, จนเขาได้มาในรุ่งเช้า, และปากของข้าพเจ้าก็อ้า, และข้าพเจ้าก็มิได้เป็นใบ้อีก, 23 และคำแห่งพระยะโฮวามายังข้าพเจ้าว่า, 24 บุตรมนุษย์เอ๋ย, คนทั้งหลายซึ่งอยู่ในที่ๆ ร้างเปล่าทั้งหลายนั้นในแผ่นดินยิศราเอลย่อมพูดว่า, อับราฮามผู้เดียว, ท่านได้แผ่นดินยิศราเอลเป็นมฤดก, แต่เราทั้งหลายก็มาก, แผ่นดินนี้ได้แก่เราเป็นมฤดก. 25 เหตุฉะนี้จงกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า, พระยะโฮวาเจ้าตรัสดังนี้ว่า, เจ้าทั้งหลายกินทั้งโลหิต, และแหงนตาตรงรูปเคารพทั้งหลายของเจ้า, และทำให้โลหิตไหล, และเจ้าจะได้แผ่นดินนั้นหรือ. 26 เจ้าทั้งหลายยืนบนกะบี่ของเจ้า, เจ้าทำชั่วลามก, และเจ้าทั้งหลายทุกคนทำให้เมียของเพื่อนบ้านเป็นมลทินไป, และเจ้าจะได้แผ่นดิน นั้นหรือ, 27 จงว่าแก่เขาทั้งปวงดังนี้ว่า, พระยะโฮวาเจ้าตรัสดังนี้ว่าเรามีชีวิตฉันใด, แท้จริงคนที่อยู่ในที่ร้างเปล่าทั้งหลายจะได้ตกด้วยกะบี่, และเราจะมอบคนที่อยู่ในพื้นนาให้เป็นอาหารแก่สัตว์, และคนที่อยู่ในป้อมและในถ้ำทั้งหลายจะตายด้วยโรคห่าฉันนั้น. 28 และเราจะให้แผ่นดินนั้นร้างเปล่าและเป็นที่พิลึก, และซึ่งแผ่นดินนั้นถือมานะเพราะฤทธิ์ก็สิ้นไปแล้ว, และภูเขาทั้งหลายแห่งยิศราเอลก็ร้างเปล่าปราศจากคนข้ามไป. 29 เขาทั้งหลายจึงจะได้รู้ว่าเราคือยะโฮวา, เมื่อเราทำให้แผ่นดินนั้นร้างเปล่าและเป็นที่ระลึก, เพราะความชั่วลามกทั้งปวงที่เขาทั้งหลายทำนั้น. 30 ฝ่ายท่านบุตรมนุษย์เอ๋ย, ลูกหลานแห่งพลไพร่ของท่านพูดถึงที่ริมกำแพงและในประตูเรือนทั้งหลาย, และพูดกันและกันกับพี่น้องของเขาทุกคนว่า, ขอให้มาฟังจะมีคำอันใดบ้างซึ่งออกจากพระยะโฮวา, 31 และเขาทั้งหลายมาถึงท่านดุจพลไพร่มา, และเขานั่งต่อหน้าท่านดุจพลไพร่ของเรา, และเขาทั้งหลายฟังคำของท่าน, แต่มิได้ประพฤติตามคำนั้น. ด้วยเขาทั้งหลายทำเป็นรักด้วยปาก, แต่ใจเขาไปตามความโลภของเขา, 32 และนี่แน่ะท่านเป็นแก่ขาดุจคำเพลงเกี้ยวแห่งคนเสียงดี, และดุจผู้ใดดีดเครื่องเพลงให้ดีเพราะ, ด้วยว่าเขาทั้งหลายฟังคำทั้งหลายของท่าน. แต่มิได้ประพฤติตามคำนั้น, 33 และเมื่อการนี้บังเกิดมา, นี่แน่ะก็มาแล้ว, แล้วเขาทั้งหลายจะได้รู้ว่าผู้ทำนายในท่ามกลางเขา |
พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับ 1940 สงวนลิขสิทธิ์ 1940 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย The Holy Bible – Thai 1940 Copyright ©1940 Thailand Bible Society
Thailand Bible Society