ยะเอศเคล 20 - พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 19401 และอยู่มา ณ วันสิบค่ำแห่งเดือนห้าในปีที่เจ็ด, ผู้เฒ่าแก่บางคนในพวกยิศราเอล, ได้มาเพื่อจะไต่ถามถึงพระยะโฮวา, และนั่งลงตรงหน้าข้าพเจ้า. 2 และคำแห่งพระยะโฮวามายังข้าพเจ้าว่า. 3 บุตรมนุษย์เอ๋ย, จงกล่าวแก่ผู้เฒ่าแก่ แห่งยิศราเอลว่า, พระยะโฮวาเจ้าตรัสดังนี้ว่า, เจ้าเหล่านี้ได้มา, เพื่อจะไต่ถามแก่เราหรือ, พระยะโฮวาเจ้าตรัสว่า, เรามีชีวิตฉันใด, เราจะไม่ให้เจ้าถามแก่เราฉันนั้น. 4 ดูกรบุตรมนุษย์, ท่านจะได้พิพากษาแก่เขาหรือ, จะตัดสินเขาหรือ. จงให้เขาทั้งหลายรู้ถึงความชั่วลามกแห่งบิดาของเขาทั้งหลาย, 5 และท่านจงว่าแก่เขาทั้งหลายว่า, พระยะโฮวาเจ้าตรัสดังนี้ว่า, ในวันที่เราทรงเลือกยิศราเอลนั้น, และได้ยกพระหัตถ์ของเราแก่เผ่าพันธุ์แห่งเรือนยาโคบ, และเราสำแดงให้ปรากฏแก่เขาทั้งหลายในแผ่นดินอายฆุบโต, เมื่อเราได้ยกพระหัตถ์แก่เขาทั้งหลายว่า, เราคือยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า, 6 ในวันนั้นเราได้ยกพระหัตถ์ของเราแก่เขาทั้งปวงเพื่อจะนำเขาทั้งหลายออกจากแผ่นดินอายฆุบโตไปถึงแผ่นดินน้ำนมและน้ำผึ้งไหล, ที่เราได้เที่ยวค้นแสวงหาแก่เขา, เป็นรัศมีแห่งแผ่นดินทั้งปวง, 7 และเราตรัสแก่เขาทั้งหลายทุกคนว่า, จงทิ้งเสียซึ่งการชั่วลามกเป็นที่เกลียดแก่ตาเขา, และอย่าให้ตัวชั่วมลทินไปด้วยรูปเคารพทั้งหลายแห่งอายฆุบโต, เราคือยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า, 8 แต่เขาทั้งหลายได้คิดกบฏแก่เรา, และไม่ปรารถนาจะฟังเรา, เขาทั้งหลายทุกคนมิได้ละทิ้งการชั่วลามกเป็นที่เกลียดแก่ตาเขาทั้งหลาย, และมิได้ละทิ้งรูปเคารพทั้งหลายแห่งอายฆุบโต, เราจึงตรัสว่า, เราจะเทความพิโรธของเราเหนือเขาทั้งหลาย, เพื่อจะให้ความโกรธของเราสำเร็จต่อเขาในท่ามกลางแผ่นดินอายฆุบโต. 9 และเราได้กระทำเพราะเห็นแก่นามของเรา, เพื่อนามจะมิได้เป็นที่ดูหมิ่นต่อตา แห่งนานาประเทศที่เขาอยู่ในท่ามกลางนั้นก็ต่อตาของนานาประเทศนั้นเราจึงได้สำแดงเราเองให้ปรากฏแก่เขา, ด้วยนำเขาออกจากแผ่นดินอายฆุบโต. 10 เราก็นำเขาทั้งหลายออกจากแผ่นดินอายฆุบโตให้มายังที่ป่าดอน, และเราประทานกฎหมายทั้งหลายของเราให้แก่เขา. 11 และเราให้เขารู้พระบัญญัติทั้งหลายของเรา, ถ้าผู้ใดประพฤติตามกฎหมายนั้น, เขาจะมีชีวิตอยู่เพราะเหตุนั้น. 12 อนึ่งเราเพิ่มให้วันซะบาโตทั้งหลายของเราแก่เขาด้วย, เพื่อจะให้เป็นสำคัญแห่งเราแก่เขา. เพื่อเขาจะได้รู้ว่าเราคือยะโฮวาที่ได้จัดเขาเป็นคนบริสุทธิ์, 13 แต่เรือนยิศราเอลได้คิดกบฎต่อเราในป่าดอน, เขามิได้ดำเนินตามกฎหมายของเรา, พระบัญญัติของเราเขาดูหมิ่น, ถ้าผู้ใดประพฤติตามพระบัญญัตินั้น, เขาจะได้มีชีวิตเพราะพระบัญญัตินั้น, และเขากระทำวันซะบาโตทั้งหลายของเราให้เป็นที่ดูหมิ่นเป็นอันมาก, เราจึงได้ดำรัสว่า, เราจะได้เทความพิโรธของเราเหนือเขาทั้งหลายในป่าดอน. 14 เพื่อจะเผาผลาญเขาเหล่านั้นเสีย, เราได้กระทำความเห็นแก่นามของเรา, เพื่อนามจะมิได้เป็นที่ดูหมิ่นแก่ตาแห่งนานาประเทศ, ที่เราได้นำเขาไปต่อตาเขาเหล่านั้น. 15 และเราได้ยกพระหัตถ์ของเราแก่เขาทั้งหลายในป่าดอนว่า, เราจะไม่นำเขาทั้งหลายยังที่ แผ่นดินน้ำนมและน้ำผึ้งไหล, อันเป็นรัศมีแห่งแผ่นดินทั้งปวง, 16 เพราะว่าเขาทั้งหลายได้ดูหมิ่นบรรดาการปรนนิบัติเรา, และมิได้ดำเนินในกฎหมายของเรา, และเขาได้ดูหมิ่นวันซะบาโตทั้งหลายของเรา. เพราะว่าใจเขาทั้งหลายติดตามรูปเคารพของเขา, 17 ถึงกระนั้นตาของเราก็ยังมีความเมตตาแก่เขาทั้งหลาย, จึงมิได้ทำลายเขาและมิได้ทำเขาให้พินาศสิ้นเชิงไปในป่าดอนนั้น. 18 และเราตรัสแก่บุตรทั้งหลายของเขาในป่าดอนนั้นว่า, อย่าดำเนินตามกฎหมายแห่งบิดาทั้งหลายของเจ้า, และอย่ารักษาบัญญัติทั้งหลายของเขา, และอย่าให้ตัวมลทินไปด้วยรูปเคารพทั้งหลายของเขา, 19 เราเป็นยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าทั้งหลาย, เจ้าทั้งหลายจงดำเนินในกฎหมายของเรา, 20 และจงรักษาพระบัญญัติของเรา. และประพฤติตามพระบัญญัตินั้น, และจงทำวันซะบาโตทั้งหลายของเราให้บริสุทธิ์, วันซะบาโตเหล่านั้นจะได้เป็นสำคัญท่ามกลางของเราแห่งเจ้า, เพื่อเจ้าจะได้รู้ว่าเราคือยะโฮวาเป็นพระเจ้าของเจ้าทั้งหลาย. 21 แต่บุตรทั้งหลายนั้นได้คิดกบฏแก่เรา, เขาเหล่านั้นมิได้ดำเนินในกฎหมายของเรา, และพระบัญญัติของเราเขามิได้รักษา, เพื่อจะประพฤติตามพระบัญญัตินั้น, ถ้าผู้ใดประพฤติได้ดังนั้น, เขาจะมีชีวิอยู่เพราะพระบัญญัตินั้น, วันซะบาโตทั้งหลายของเราเขาก็ได้ดูหมิ่น, เราได้ตรัสว่า, เราจะเทความพิโรธของเราเหนือเขา. เพื่อจะให้ความโกรธของเราสำเร็จในเขาทั้งหลายในป่าดอนนั้น, 22 แต่เราก็ยังพระหัตถ์ของเราให้กลับเสีย, และได้กระทำเพราะเห็นแก่พระนามของเรา, เพื่อพระนามจะมิได้เป็นที่ดูหมิ่นแก่นานาประเทศที่เราได้นำเขาให้ออกจากต่อตาเขา. 23 และเราได้ยกพระหัตถ์ของเราแก่เขาทั้งหลายในป่าดอนนั้นว่า, เราจะให้เขาพลัดพรากไปในท่ามกลางนานาประเทศ, และเราจะยังเขาทั้งหลายให้กระจัดกระจายไปในท่ามกลางแผ่นดินทั้งปวง. 24 เพราะว่าพระบัญญัติของเราเขามิได้ประพฤติ, แต่กฎหมายของเราเขาก็ได้ดูหมิ่นและซะบาโตทั้งหลายของเราเขาก็ได้ดูแคลน, และตาทั้งหลายแห่งเขาได้ติดตามเหล่ารูปเคารพแห่งบิดาของเขาทั้งปวง. 25 อนึ่งเราได้ให้แก่เขาทั้งหลายกฎหมายอันไม่ดีด้วย, และบัญญัติที่เขาจะมิได้มีชีวิตเพราะบัญญัตินั้น. 26 และเราได้ดูหมิ่นแก่เขาเมื่อเขาได้ถวายบุตรหัวปีทั้งหลายของเขาเป็นของกำนัล (แก่เรา) จะให้เขาทั้งหลายเป็นทุกข์, เพื่อว่าเขาทั้งหลายจะได้รู้ว่าเราคือยะโฮวาเป็นพระเจ้า 27 เหตุฉะนี้ดูกรบุตรมนุษย์, จงกล่าวแก่เขาทั้งหลายแห่งเรือนยิศราเอลว่า, พระยะโฮวาเจ้าตรัสดังนี้ว่า, ในข้อนี้บิดาทั้งหลายของเจ้าได้ดูหมิ่นนินทาแก่เราอีก, ด้วยเขาได้กระทำอสัตย์อธรรมแก่เรา, 28 ด้วยว่าเมื่อเรานำเขาทั้งหลายยังแผ่นดินที่เราได้ยกพระหัตถ์ของเราว่าจะให้แก่เขา, เขาทั้งหลายจึงได้เห็นเนินเขาอันสูงทุกเนิน, และต้นไม้มีใบอันครึ้มทุกต้น, และเขาได้ถวายเครื่องสักการบูชาทั้งหลายของเขาในที่นั้นเป็นที่เคืองพระทัย, และเขาได้ตั้งไว้ซึ่งเครื่องหอมทั้งปวงของเขาในที่นั้นด้วย, และเขาได้เทน้ำหอมลงที่เครื่องบูชาในที่นั่น, 29 เราจงดำรัสแก่เขาทั้งหลายว่า, ที่สูงที่เจ้ามาถึงนั้นเป็นอะไร, และชื่อนั้นเขาเรียกว่าบามาสืบๆ มาจนทุกวันนั้น, 30 เหตฉะนี้จงกล่าวแก่เรือนยิศราเอลว่า, พระยะโฮวาเจ้าตรัสดังนี้ว่า, เจ้าเหล่านั้นได้กระทำตัวให้เป็นมลทินในทางแห่งบิดาทั้งหลายของเจ้า, และเจ้าได้ล่วงละเมิดไปกระทำตามความชั่วลามกของบิดานั้นหรือ. 31 และเมื่อเจ้าได้ถวายเครื่องสักการบูชาทั้งหลายของเจ้าเมื่อเจ้ายังบุตรทั้งหลายของเจ้าให้ลุยไฟ, เจ้าทั้งหลายจึงได้ยังตัวของเจ้าให้เป็นมลทินด้วยรูปเคารพทั้งหลายของเจ้า, ตราบเท่าทุกวันนี้หรือ, และโอ้เรือนยิศราเอล, เราจะให้เจ้าถามแก่เราหรือพระยะโฮวาเจ้าตรัสว่า, เรามีชีวิตฉันใด, เราจะให้เจ้าถามแก่เราก็หามิได้ฉันนั้น, 32 และซึ่งบังเกิดขึ้นแต่จิตต์ใจของเจ้าทั้งหลายที่เจ้ามักกล่าวว่า, เราจะเป็นดุจนานาประเทศ, ดุจครอบครัวแห่งแผ่นดินทั้งปวง, เพื่อจะได้คำนับ (รูป) ไม้และหิน, ก็จะมิได้สำเร็จ. 33 พระยะโฮวาเจ้าตรัสว่า, เรามีชีวิตอยู่ฉันใด, แท้จริงเราจะครอบงำเหนือเจ้าทั้งหลาย, ด้วยพระหัตถ์อันเรืองฤทธิ์, และด้วยพระกรทรงเงื้อขึ้น, และด้วยความพิโรธที่ทรงเทออก, ฉันนั้น. 34 และเราจะนำเจ้าทั้งหลายออกจากประเทศต่างๆ และเราจะให้เจ้ามาประชุมกันแต่แผ่นดินทั้งปวงที่เจ้าได้กระจัดกระจายไปนั้น, ด้วยพระหัตถ์อันเรืองฤทธิ์, และด้วยพระกรทรงเงื้อขึ้น, และด้วยความพิโรธที่ทรงเทออก. 35 และเราจะยังเจ้าทั้งหลายให้มาสู่ที่ป่าดอนแห่งประเทศทั้งปวง,และเราจะพิพากษาโทษด้วยเจ้าทั้งหลาย, หน้าจำเพาะหน้าในที่นั่น, 36 พระยะโฮวาตรัสว่า, เราจะพิพากษาโทษด้วยเจ้า, เหมือนเราได้พิพากษาโทษของบิดาทั้งหลายแห่งเจ้าในป่าดอนแห่งแผ่นดินยิศราเอลนั้น, 37 เราจะให้เจ้าทั้งหลายลอดไปใต้ไม้ทัณฑกร, และเราจะให้เจ้ามายังที่ได้ผูกมิตรไมตรีกัน. 38 และเราจะปราบปรามพวกกบฏและหมู่คนที่คิดกบฎแก่เราให้ออกจากเจ้าทั้งหลาย, เราจะยังเขาทั้งหลายให้ออกจากแผ่นดินที่เขาได้อาศัยอยู่นั้น, แต่เขาจะมิได้เข้าอยู่ในแผ่นดินยิศราเอล, และเจ้าทั้งหลายจะได้รู้ว่าเราคือยะโฮวา, 39 พระยะโฮวาเจ้าตรัสดังนี้ว่า, โอ้เรือนยิศราเอล, เจ้าทั้งหลายจงไปทุกคนปรนนิบัติรูปเคารพทั้งหลายของเขา, แต่ทว่าภายหลังเจ้าคงจะได้ฟังเราเป็นแน่, และจะมิได้ดูหมิ่นพระนามอันบริสุทธิ์ของเราอีก, เหตุเครื่องถวายและรูปเคารพทั้งหลายของเจ้า. 40 ด้วยว่าพระยะโฮวาเจ้าตรัสว่า, ในภูเขาอันบริสุทธิ์ของเรา, คือในภูเขาอันสูงแห่งยิศราเอล, บรรดาเรือนของยิศราเอลเหล่าคนในแผ่นดินนั้นทุกคนจะได้ปรนนิบัติแก่เรา, เราจะได้ทรงโปรดแก่เขาในที่นั้น, เราจะได้เรียกเครื่องสักการบูชาทั้งหลายของเจ้าในที่นั่น, และสรรพพืชผลอันใหม่ที่เจ้าทั้งหลายถวายกับด้วยของบริสุทธิ์ทั้งปวงแห่งเจ้า, เมื่อเรานำเจ้าทั้งหลายออกจากพวกนานาประเทศ. 41 เราจะรับตัวเจ้ากับเครื่องหอมของเจ้าด้วย, และให้เจ้าทั้งหลายมาประชุมแต่แผ่นดินทั้งปวงที่ได้กระจัดกระจายไปนั้น, เราจะได้เป็นที่นับถือเพราะเจ้าต่อตาของนานาประเทศ. 42 และเจ้าทั้งหลายจะได้รู้ว่าเราคือยะโฮวา, ในขณะเมื่อเราได้นำเจ้าถึงแผ่นดินยิศราเอล, สู่ที่แผ่นดินซึ่งเราได้ยกพระหัตถ์ของเราว่าจะให้แผ่นดินนั้นแก่บิดาทั้งหลายของเจ้า. 43 เจ้าทั้งหลายจะได้ระลึกถึงทางทั้งปวงของ เจ้าในที่นั้น, และการประพฤติทั้งปวงของเจ้า, ที่เจ้าทั้งหลายกระทำตัวให้เป็นมลทินไป, และตัวของเจ้าจะเป็นที่ดูหมิ่นจำเพาะหน้าของเจ้าเพราะบรรดาความชั่วที่เจ้าได้กระทำนั้น. 44 พระยะโฮวาเจ้าตรัสว่า, โอ้เรือนยิศราเอล, เมื่อเราได้กระทำด้วยเจ้าเพราะเห็นแก่พระนามของเรา, มิใช่ตามทางชั่วและความลามกของเจ้า, เจ้าทั้งหลายจึงจะได้รู้ว่าเราคือยะโฮวา. 45 และคำแห่งพระยะโฮวามายังข้าพเจ้าว่า, 46 บุตรมนุษย์เอ๋ย, จงตั้งหน้าของท่านตรงทางทิศใต้, และเปล่งวาจาตรงทางทิศใต้. 47 และทำนายถึงป่าดอนแห่งนาในทิศใต้นั้น, และจงกล่าวแก่ป่าดอนแห่งทิศใต้นั้นว่า, จงฟังคำของพระยะโฮวา, พระยะโฮวาเจ้าตรัสดังนี้ว่า, นี่แน่ะ, เราจะยังไฟให้ติดในเจ้า,ไฟนั้นจะเผาผลาญบรรดาต้นไม้อันสดและต้นไม้อันแห้งในเจ้า, เพลิงอันโพลงขึ้นนั้นจะไม่ดับ, และหน้าทั้งปวงตั้งแต่ทิศใต้จนถึงทิศเหนือจะเกรียมด้วยไฟนั้น, 48 แลบรรดาเนื้อ (ชาตินั้น) จะได้เห็นว่า, เราผู้พระยะโฮวาได้ยังไฟให้ติดขึ้น, ไฟนั้นจะไม่ดับ, 49 ข้าพเจ้ากล่าวว่า, โอ้พระยะโฮวาเจ้า, เขาทั้งหลายมักพูดถึงข้าพเจ้าว่า, เขามิได้พูดเป็นคำสุภาษิตหรือ |
พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับ 1940 สงวนลิขสิทธิ์ 1940 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย The Holy Bible – Thai 1940 Copyright ©1940 Thailand Bible Society
Thailand Bible Society