2พงศ์กษัตริย์ 7 - พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 19401 ครั้งนั้นอะลีซากล่าวว่า, จงฟังคำแห่งพระยะโฮวาเถิด; พระยะโฮวาได้ตรัสดังนี้ว่า, “พรุ่งนี้ประมาณเวลานี้ ราคาแป้งละเอียดจะซื้อขายกันถังละเซ็กไกละหนึ่ง, และลูกเดือยสองถังต่อเซ็กไกละหนึ่ง, ที่ประตูกรุงซะมาเรีย. 2 ขุนนางผู้พะยุงกษัตริย์คนหนึ่งจึงตอบคนแห่งพระเจ้าว่า, ถ้าพระยะโฮวาจะเปิดช่องฟ้าการนั้นจะเป็นไปได้หรือ? อะลีซาจึงตอบวา, นี่แน่ะ, เจ้าจะเห็นด้วยตา, แต่เจ้าจะไม่ได้กิน 3 มีคนโรคเรื้อนสี่คนนั่งริมประตูเมือง: และเขาพูดกันว่า, เราจะนั่งอยู่ที่นี่จนตายทำไมเล่า? 4 ถ้าเราจะว่า, เราจะเข้าไปในเมือง, ก็กันดารอาหาร, เราก็จะตายที่นั่น: ถ้าเราจะกังอยู่ที่นี่, เราก็จะตายเหมือนกัน. เหตุฉะนี้จงมาเถิด, ให้เราไปยังกองทัพซุเรียนั้น: ถ้าเขาจะไว้ชีวิต, เราก็จะมีชีวิตอยู่ได้; ถ้าเขาจะฆ่าเรา, เราก็จะตายเท่านั้น. 5 พอเวลาพลบค่ำเขาเหล่านั้นก็ลุกขึ้นไปยังค่ายของชาวซุเรีย: เมื่อเขามาถึงเขตต์ค่ายของชาวซุเรียแล้ว, ไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลย. 6 ด้วยว่าพระเจ้าได้บันดาลให้กองกัพชาวซุเรียได้ยินเสียงรถรบ, และเสียงทหารม้ากึกก้องเป็นเสียงกองทัพใหญ่: เขาจึงพูดกันว่า, กษัตริย์ยิศราเอลได้ทรงจ้างเหล่ากษัตริย์ชาวเฮ็ธ, และเหล่ากษัตริย์ชาวอายฆุบโตมาโจมตีเราแล้ว. 7 เหตุดังนั้นเขาจึงรีบหนีในเวลาพลบค่ำ, ละทิ้งกะโจม, ม้า, ลา, และค่ายทั้งสิ้นไว้ดุจเดิม, และหนีเอาชีวิตรอดเท่านั้น. 8 เมื่อคนโรคเรื้อนเหล่านั้นเขาเขตต์ค่ายชั้นนอกก็เข้าไปในกะโจมหลังหนึ่ง, กินและดื่มจนอิ่มแล้ว, แล้วก็เก็บเอาของและเสื้อผ้าจากที่นั่นไปซ่อนไว้: แล้วจึงกลับมาเขากะโจมอีกหลังหนึ่งเก็บของไปซ่อนได้เหมือนกัน. 9 แล้วเขาพูดกันว่า, วันนี้เป็นวันมีข่าวดี, ถ้าเรานิ่งอยู่คอยจนถึงรุ่งเช้าเราก็ทำไม่ถูก, เราคงจะมีโทษบ้าง: เหตุฉะนี้จงไปบอกข่าวที่ราชวังด้วยกันเดี๋ยวนี้เถิด. 10 แล้วเขาก็มาร้องเรียกคนเจ้าประตูเมือง: และบอกแก่เขาว่า, พวกข้าพเจ้าได้ไปยังค่ายของชาวซุเรีย, และไม่เห็นมีใครอยู่ที่นั่นเลย, ไม่มีเสียงมนุษย์, มีแต่ม้า, และลาผูกไว้, และกะโจมก็ยังตั้งอยู่เหมือนอย่างเดิม. 11 แล้วเขาก็ไปบอกคนรักษาประตูทั่วไป: และเขาเหล่านั้นก็นำข่าวไปแจ้งในพระราชวัง 12 กษัตริย์ตื่นบรรทมในเวลากลางคืน, ตรัสกับข้าราชการว่า, ข้าจะบอกเจ้าให้รู้ถึงอุบายของชาวซุเรียนั้น. เขารู้อยู่แล้วว่าเราอดอยาก; เหตุฉะนั้นเขาจึงออกไปจากค่ายซ่อนอยู่ที่ทุ่งนา, หมายว่า, เมื่อพวกเราออกไปจากเมือง, เขาจะจับพวกเรา, และจะตรูกันเข้ามาในเมืองได้. 13 ข้าราชการผู้หนึ่งทูลตอบว่า, ขอพระองค์ทรงใช้พวกเราขี่ม้าห้าตัวจากจำนวนม้าที่เหลืออยู่ในเมืองนี้, ซึ่งซูบผอมเหมือนอย่างพวกยิศราเอลทั้งปวงที่เหลืออยู่ในเมืองนั้น: ให้พวกนั้นไปสืบดู. 14 เหตุฉะนั้นเขาก็เอารถรบสองคันเทียมม้า: และกษัตริย์จึงทรงใช้ให้เขาไปตามดูกองทัพชาวซุเรีย. 15 และเขาเหล่านั้นก็ตามไปดูจนถึงแม่น้ำยาระเดน: และนี่แน่ะ, เขาเห็นเสื้อผ้าและเครื่องภาชนะต่างๆ เกลื่อนกลาดไปตลอดทางที่ชาวซุเรียทิ้งไว้เมื่อกำลังหนีไป. ม้าใช้นั้นก็กลับมาทูลกษัตริย์. 16 พวกราษฎรก็ออกไปริบเอาของชาวซุเรีย. แป้งถังหนึ่งเขาซื้อขายกันราคาเซ็กไกละหนึ่ง, และเมล็ดเดือยสองถังราคาเซ็กไกละหนึ่ง, ตามคำของพระยะโฮวา 17 กษัตริย์ได้ทรงตั้งขุนนางผู้พะยุงท่านให้เป็นผู้รักษาประตูเมือง: แต่ฝูงคนได้เหยียบเขาตายที่ประตูเมือง, ตามคำซึ่งคนแห่งพระเจ้าได้กล่าวไว้แล้ว, เมื่อกษัตริย์ได้เสด็จมาหาท่าน. 18 และเมื่อคนแห่งพระเจ้านั้นได้ทูลแก่กษัตริย์ว่า, พรุ่งนี้ ณ เวลานี้ในประตูกรุงซะมาเรียก็จะซื้อขายเมล็ดเดือยสองถังต่อเซ็กไกละหนึ่ง: และแป้งละเอียดถังละเซ็กไกละหนึ่ง. 19 และขุนนางนั้นได้ตอบแก่คนแห่งพระเจ้าว่า, ถ้าพระยะโฮวาจะเปิดช่องฟ้าได้การนี้จะเป็นได้หรือ? ท่านได้ตอบเขาว่า, นี่แน่ะ, เจ้าจะเห็นได้ด้วยตาของเจ้า, แต่เจ้าจะไม่กิน. 20 ก็เป็นจริงดังนั้น: ด้วยว่าฝูงคนตามเสด็จได้เหยียบเขาตายที่ประตูเมือง |
พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับ 1940 สงวนลิขสิทธิ์ 1940 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย The Holy Bible – Thai 1940 Copyright ©1940 Thailand Bible Society
Thailand Bible Society