2พงศ์กษัตริย์ 6 - พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 19401 เหล่าศิษย์แห่งผู้พยากรณ์จึงบอกอะลีซาว่า, ดูเถิด, ที่ซึ่งพวกข้าพเจ้าอาศัยกับท่านคับแคบมากแล้ว. 2 ขอท่านให้พวกข้าพเจ้าไปยังแม่น้ำยาระเดน, และให้ทุกคนขนไม้คนละท่อนสร้างที่อาศัยที่นั่น. ท่านตอบว่า จงไปเถิด. 3 มีคนหนึ่งกล่าวแก่ท่านว่า, ขอท่านโปรดไปกับทาสของท่านด้วย. ท่านตอบว่า, ข้าจะไปด้วย. 4 แล้วท่านก็ไปกับเขา. เมื่อเขามาถึงแม่น้ำยาระเดนแล้วก็โค่นต้นไม้ลง. 5 แต่เมื่อคนหนึ่งกำลังตัดต้นไม้อยู่, ขวานก็หลุดตกน้ำไป: เขาร้องว่า, อนิจจา, นายเจ้าข้า! เพราะว่าขวานเล่มนั้นข้าพเจ้าขอยืมเขามา, 6 คนแห่งพระเจ้าถามเขาว่าตกที่ไหน? เขาก็ชี้ที่ที่ขวานตก. แล้วท่านจงตัดกิ่งไม้กิ่งหนึ่งทิ้งลงในน้ำ; ขวานก็ลอยขึ้นมา. 7 ท่านจึงว่า, จงหยิบเอาเถิด. เขาก็เอื้อมมือหยิบขึ้นมา 8 กษัตริย์ซุเรียทำสงครามกับประเทศยิศราเอล, ท่านได้ปรึกษากับข้าราชการตกลงกันแล้วว่าจะตั้งค่ายที่นั่นที่นี่. 9 คนแห่งพระเจ้านั้นได้ใช้คนไปทูลกษัตริย์ยิศราเอลว่า, จงระวังอย่าเดินล่วงเข้าไปในที่นั้นเลย; เพราะว่าชาวซุเรียจะยกลงมาทางนั้น. 10 ฝ่ายกษัตริย์ยิศราเอลก็ใช้คนไปสืบดูยังที่ซึ่งคนแห่งพระเจ้าตักเตือนว่าอย่าไป, ท่านก็รอดพ้นอันตราย ณ ที่นั้นมิใช่ครั้งเดียวหรือสองครั้ง. 11 เหตุฉะนั้นกษัตริย์ซุเรียทรงโทมนัสพระทัยนัก; จึงประชุมข้าราชการ ตรัสว่า, ท่านทั้งหลายจะไม่ชี้ให้เราทราบหรือว่า, ผู้ใดในพวกเราอยู่ฝ่ายกษัตริย์ยิศราเอล? 12 ข้าราชการผู้หนึ่งทูลว่า, ข้าแต่กษัตริย์ไม่มีผู้ใดเลย: แต่อะลีซาผู้พยากรณ์ซึ่งอยู่ในแผ่นดินยิศราเอลเป็นผู้เคยบอกกษัตริย์ยิศราเอลตามคำเหล่านั้นซึ่งพระองค์ตรัสในห้องบรรทมของพระองค์ 13 กษัตริย์จึงมีรับสั่งว่า, จงไปสอดแนมดูว่าเขาอยู่ที่ไหน, เพื่อเราจะได้ใช้คนให้ไปจับเขามา. มีผู้ทูลว่า, นี่แน่ะ, ท่านอยู่ที่เมืองโดธาร. 14 ท่านจึงใช้ทหารม้าและรถรบ, และกองทัพใหญ่ไปที่นั่น: เขายกไปในเวลากลางคืน, ตั้งล้อมรอบเมืองนั้น. 15 เมื่อคนใช้ของคนแห่งพระเจ้านั้นลุกขึ้นออกไปแต่เช้า, และดูเถอะ, มีกองทัพล้อมรอบเมืองนั้น ทั้งทหารม้าและรถรบ. คนใช้นั้นจึงไปบอกท่านว่า, อนิจจา, นายเจ้าข้า! เราจะทำอย่างไรดี? 16 ท่านจึงตอบว่า, อย่ากลัวเลย: ด้วยผู้ที่อยู่ฝ่ายเราก็มากกว่าที่อยู่ฝ่ายเขา. 17 อะลีซาจึงอธิษฐานทูลว่า, ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอทรงเมตตาเขา, เพื่อเขาจะได้เห็น. พระยะโฮวาได้ทรงเปิดตาของคนหนุ่มนั้น: และเขาก็ได้เห็น: เพราะดูเถอะ, ภูเขานั้นเต็มไปด้วยม้าและรถเป็นเปลวไฟล้อมรอบอะลีซา. 18 เมื่อกองทัพลงมาถึงท่าน, อะลีซาก็อธิษฐานทูลพระยะโฮวาว่า, ขอพระองค์ได้ทรงบันดาลให้ตาคนเหล่านี้มืดไป. แล้วพระองค์ก็ได้ทรงบันดาลให้ตาของเขามืดไปตามคำของอะลีซา 19 อะลีซากล่าวแก่เขาเหล่านั้นว่า, นี่มิใช่ทาง, และมิใช่เมืองนั้น: จงตามข้ามา, ข้าจะนำเจ้าไปยังคนนั้นที่เจ้าแสวงหา. แต่ท่านได้นำเขาไปกังกรุงซะมาเรีย. 20 อยู่มาเมื่อได้เข้าไปในกรุงซะมาเรียแล้ว, อะลีซาจึงอธิษฐานทูลพระยะโฮวาว่า, ขอทรงเปิดตาของคนเหล่านี้เพื่อเขาจะเห็นได้. และพระยะโฮวาก็ได้ทรงเปิดตาเขา, เขาก็ได้เห็นว่า; มาอยู่ท่ามกลางกรุงซะมาเรียแล้ว. 21 เมื่อกษัตริย์ยิศราเอลได้เห็นคนเหล่านั้นก็ตรัสถามอะลีซาว่า, บิดาเจ้าข้า, เราจะสังหารเขาเสียหรือ? 22 อะลีซาทูลตอบว่า, อย่าสังหารเขาเลย: ท่านจะสังหารชะเลยที่จับไว้ได้ด้วยดาบและด้วยธนูหรือ? จงตั้งอาหารและน้ำต่อหน้าเขา, เพื่อเขาจะได้กินและดื่ม, แล้วปล่อยให้กลับไปหานายของเขา. 23 ท่านก็จัดแจงอาหารมากเลี้ยงเขา: เมื่อเขาได้กินและดื่มแล้ว, ท่านก็ทรงปล่อยเขาไปหานายของเขา. และกองทัพซุเรียก็มิได้ยกมารบกวนแผ่นดินยิศราเอล (เป็นช้านาน). 24 อยู่มาภายหลังเหตุการณ์เหล่านี้, เบ็นฮะดัดกษัตริย์ซุเรียก็เกณฑ์กองทัพทั้งหมดยกขึ้นไปตั้งค่ายล้อมกรุงซะมาเรีย, 25 จึงเกิดกันดารอาหารยิ่งนักในกรุงซะมาเรียนั้น; การที่เขาตั้งค่ายล้อมกรุงนั้นเป็นเหตุให้ของแพง, จนหัวลาหัวหนึ่งขายกันเป็นเงินตราแปดสิบแผ่น, และมูลนกเขาสองทะนานขายกันเป็นเงินตราห้าแผ่น. 26 เมื่อกษัตริย์ยิศราเอลกำลังเสด็จอยู่บนกำแพงเมือง, มีหญิงคนหนึ่งร้องทูลว่า, ข้าแต่กษัตริย์เจ้าข้า, โปรดช่วยด้วยเถิด. 27 กษัตริย์จึงตรัสตอบว่า, ถ้าพระยะโฮวามิได้ทรงช่วยเจ้า, ที่ไหนเราจะช่วยเจ้าได้เล่า? จะช่วยเจ้าด้วยข้าวที่ออกจากลาน, หรือน้ำองุ่นที่ออกจากเครื่องหีบได้หรือ? 28 กษัตริย์นั้นจึงตรัสถามเขาว่า, เจ้ามีข้อร้องทุกข์อะไรหรือ? หญิงนั้นทูลตอบว่า, หญิงคนนี้กล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า, จงเอาบุตรชายของเจ้ามาสู่กันกินวันนี้, และพรุ่งนี้เราจะกินบุตรชายของข้า. 29 แล้วข้าพเจ้าได้ต้มบุตรชายของข้าพเจ้าสู่กันกิน: วันรุ่งขึ้นข้าพเจ้าพูดแก่เขาว่า, จงเอาบุตรชายของเจ้ามาสู่กันกินเถิด: แต่เขาเอาบุตรไปซ่อนเสีย 30 เมื่อกษัตริย์ได้ยินถ้อยคำของหญิงนั้นแล้ว, ก็ทรงฉีกฉลองของพระองค์; แล้วเสด็จเลยไปบนกำแพง, ราษฎรทั้งหลายก็เห็นฉลองพระองค์ชั้นในเป็นผ้าเนื้อหยาบ. 31 กษัตริย์จึงตรัสว่า, ถ้าศีรษะของอะลีซาบุตรซาฟาดจะอยู่กับตัววันนี้, ขอให้พระเจ้าทำดังนั้นแก่เราและยิ่งกว่านั้นอีก. 32 อะลีซานั่งอยู่ที่บ้านของตน, และผู้เฒ่าผู้แก่ก็นั่งอยู่ด้วยกัน; กษัตริย์จึงใช้คนหนึ่งล่วงหน้าไปก่อน: และก่อนที่คนใช้นั้นมาถึง, อะลีซาจึงบอกกับผู้เฒ่าผู้แก่เหล่านั้นว่า, ท่านทั้งหลายเห็นหรือลูกแห่งผู้ฆ่าคนนั้นได้ใช้คนมาเอาศีรษะข้า? จงคอยดูเมื่อคนใช้นั้นมา, จงปิดประตูกั้นเขาไว้: เสียงฝีเท้านายของเขาตามมาข้างหลังมิใช่หรือ? 33 เมื่อท่านกำลังพูดอยู่กับเขา, คนใช้นั้นก็ได้ลงมาถึงท่าน: ท่านจงกล่าวแก่เขาว่า, การร้ายนี้มาแต่พระยะโฮวา; ข้าจะคอยพระยะโฮวานานไปอีกทำไมเล่า? |
พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับ 1940 สงวนลิขสิทธิ์ 1940 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย The Holy Bible – Thai 1940 Copyright ©1940 Thailand Bible Society
Thailand Bible Society