2พงศาวดาร 7 - พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 19401 ครั้นซะโลโมทรงอธิษฐานจบแล้ว, ก็มีไฟลงมาจากสวรรค์, ติดเผาเครื่องสักการบูชาทั้งปวงนั้น; และรัศมีของพระยะโฮวาแผ่ซ่านทั่วเต็มโบสถ์วิหาร. 2 พวกปุโรหิตจะเข้าไปในโบสถ์วิหารของพระยะโฮวาไม่ได้, เพราะรัศมีของพระยะโฮวาแผ่ซ่านทั่วเต็มโบสถ์วิหารของพระองค์. 3 พวกยิศราเอลทั้งปวงนั้นได้เห็นไฟนั้นลงมา, และรัศมีของพระยะโฮวาจับอยู่ที่พระวิหาร, เขาทั้งหลายก็ก้มตัวซบหน้าลงถึงพื้นที่ปูกระเบื้อง, นมัสการฉลองพระเดชพระคุณพระยะโฮวา, เพราะพระองค์ทรงพระกรุณาคุณ; และเพราะความเมตตาของพระองค์ดำรงอยู่ถาวร 4 ฝ่ายกษัตริย์กับราษฎรทั้งปวงได้กระทำสักการบูชาต่อพระพักตรพระยะโฮวา. 5 กษัตริย์ซะโลโมได้ฆ่าสัตว์เผาบูชาโดยถวายโคสองหมื่นสองพันตัว, และแกะแสนสองหมื่นตัว: เช่นนั้นแหละกษัตริย์กับราษฎรทั้งปวงไว้ฉลองโบสถ์วิหารของพระเจ้า. 6 พวกปุโรหิตได้ยืนในที่ตามตำแหน่งของตน: พวกเลวีก็ถือเครื่องสำหรับประโคมเพลงถวายพระยะโฮวา, ถือเครื่องที่กษัตริย์ดาวิดได้กระทำไว้เพื่อประกอบ; พลเมืองพระเดชพระคุณพระยะโฮวา, เพราะความเมตตาของพระองค์ดำรงอยู่ถาวร, พวกปุโรหิตที่เป่าแตรอยู่ตรงหน้า; และพวกยิศราเอลทั้งปวงก็ยืนอยู่. 7 นอกจากนั้นกษัตริย์ซะโลโมได้ฉลองที่หว่างกลางบริเวณที่อยู่ตรงหน้าวิหารของพระยะโฮวา: ท่านได้เผาเครื่องบูชาถวายที่นั่นกับน้ำมันเป็นส่วนเครื่องบูชาสำหรับความสุขสำราญ, เพราะว่าแท่นทองเหลืองที่ซะโลโมได้สร้างไว้นั้นเล็กไม่พอรองเครื่องบูชาเพลิง, กับเครื่องกระยาหาร, และน้ำมันที่เป็นของถวายบูชานั้น 8 คราวนั้นซะโลโมกับพวกยิศราเอลได้กระทำการเลี้ยงกันเจ็ดวันเป็นการชุมนุมใหญ่, พร้อมกันมาตั้งแต่ทางเข้าไปเมืองฮามัธจนถึงแม่น้ำริมเขตต์อายฆุบโต. 9 แล้วครั้นถึงวันที่แปดได้ตั้งพิธีประชุมกันสวด: ด้วยเขาได้ทำการฉลองแท่นนั้นเจ็ดวัน, และได้ทำการเลี้ยงอีกเจ็ดวัน. 10 แล้วครั้นถึงวันที่ยี่สิบสามในเดือนที่สิบเอ็ดนั้น, ท่านก็ให้ฝูงคนกลับไปยังกะท่อมทับของตน, ต่างก็มีใจรื่นชื่นชมเพราะความเมตตากรุณาที่พระยะโฮวาทรงสำแดงแก่ดาวิด, และซะโลโม, และบรรดาพวกยิศราเอลพลไพร่ของพระองค์ 11 ซะโลโมได้สร้างโบสถ์วิหารของพระยะโฮวา, และมณเฑียรสำหรับกษัตริย์นั้นสำเร็จแล้ว: กิจการทั้งปวงที่พระราชหฤทัยของซะโลโมที่จะกระทำในโบสถ์วิหารของพระยะโฮวา, และในมณเฑียรของท่านก็สำเร็จบริบูรณ์. 12 พระยะโฮวาทรงปรากฏแก่ซะโลโมในเวลากลางคืน, แล้วทรงตรัสแก่ท่านว่า, “เราได้ยินคำอ้อนวอนของเจ้าแล้ว, และได้เลือกสถานนี้ไว้เป็นที่ของเรา, เพื่อจะได้เป็นโบสถ์วิหารสำหรับทำการสักการบูชาถวาย. 13 ถ้าเราปิดท้องฟ้าไม่ให้ฝนตก, หรือบันดาลให้ฝูงตั๊กแตนมากินพืชพรรณที่พื้นแผ่นดินเสีย, หรือถ้าเรากระทำให้บังเกิดโรคภัยอันตรายในท่ามกลางพลไพร่ของเรา; 14 แม้นพลไพร่ของเรา, พวกที่เรียกว่าพลไพร่ของพระองค์นั้น, จะถ่อมใจลงอธิษฐานแสวงหาเรา, และจะกลับเสียจากทางชั่วของตน; เมื่อนั้นเราจะสดับฟังจากสวรรค์. ยกบาปผิดของเขา, และให้แผ่นดินของเขาพ้นจากภัยอันตราย. 15 เราจะลืมตาแลดูและเปิดหูคอยสดับฟังคำที่เขาอ้อนวอนในที่นี้. 16 บัดนี้เราได้เลือกและฉลองโบสถ์วิหารนี้แล้ว, เพื่อจะให้นามของเราอยู่ที่นั้นเป็นนิตย์: จักษุและวิญญาณจิตต์ของเราจะสถิตอยู่ที่นั้นเสมอไป. 17 และถ้าเจ้าจะประพฤติต่อหน้าเราเหมือนดาวิดบิดาเจ้าได้ประพฤตินั้น, ทั้งระวังกระทำทุกข้อที่เราสั่งเจ้า, และรักษาข้อพระบัญญัติและข้อตัดสินของเรา; 18 เมื่อเป็นเช่นนั้นเราจะตั้งพระที่นั่งแผ่นดินของเจ้า, เหมือนเราได้สัญญาไว้กับดาวิดบิดาของเจ้าว่า, จะไม่ให้เจ้าขาดชายที่จะครอบครองเหนือพวกยิศราเอล 19 ถามแม้ว่าเจ้าทั้งหลายบ่ายหน้าไปจากเรา ละทิ้งบัญญัติและคำตรัสของเรา, ซึ่งเราได้บัญญัติตั้งไว้ต่อหน้าเจ้า, และจะไปปฏิบัติไหว้นมัสการพระอื่น; 20 เมื่อเป็นเช่นนั้น, เราจะถอนเจ้าทั้งรากเง่าเสียจากแผ่นดินของเราที่เราได้มอบไว้กับพวกเจ้า; และโบสถ์วิหารนี้, ซึ่งเราได้เฉลิมไว้เป็นที่จารึกนามของเรา, เราจะละทิ้งเสียจากจักษุของเรา, และเราจะกระทำโบสถ์วิหารนี้ให้เป็นแบบอย่างและเป็นสุภาษิตในนานาประเทศ. 21 โบสถ์วิหารนี้ซึ่งตั้งอยู่สูง, ทุกๆ คนที่เดินไปมาจะประหลาดใจ, ถามว่า, เหตุไฉนพระยะโฮวาทรงกระทำเช่นนั้นแก่ประเทศและโบสถ์วิหารนี้? 22 จะมีคำตอบว่า, เพราะพวกนั้นได้ละทิ้งพระยะโฮวาพระเจ้าแห่งปู่ย่าตายายของพวกเขา, ที่ทรงนำเขาออกจากแผ่นดินอายฆุบโต, และได้ไปยึดถือกราบไหว้ปฏิบัติพระอื่น, เหตุฉะนั้น, พระองค์จึงทรงบันดาลให้ภัยอันตรายต่างๆ เกิดแก่พวกเขา.” |
พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับ 1940 สงวนลิขสิทธิ์ 1940 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย The Holy Bible – Thai 1940 Copyright ©1940 Thailand Bible Society
Thailand Bible Society