2พงศาวดาร 34 - พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 19401 เมื่อโยซีอาขึ้นเสวยราชย์มีพระชนมายุได้แปดพรรษา, แล้วได้ครอบครองที่กรุงยะรูซาเลมสามสิบเอ็ดปี. 2 ท่านได้กระทำการชอบต่อพระเนตรพระยะโฮวา, ดำเนินตามแบบอย่างของดาวิดราชบิดาใหญ่ของท่าน, ไม่เลี้ยวไปข้างซ้ายหรือข้างขวา. 3 ในปีที่แปดแห่งรัชชกาล, เมื่อท่านยังทรงพระเยาว์อยู่, ก็ไว้ตั้งพระราชหฤทัยแสวงหาพระเจ้าแห่งดาวิดราชบิดาใหญ่ของท่าน: ครั้นในปีที่สิบสองได้ตั้งต้นชำระแผ่นดินยูดาและกรุงยะรูซาเลม, กวาดให้ปราศจากที่นมัสการบนเนินสูง, รูปเสา, รูปสลัก, และรูปหล่อ. 4 เขาได้พากันรื้อทำลายแท่นของพระบาละต่อพระพักตร; รูปสันฐานพระอาทิตย์ที่ปักตั้งไว้สูงเหนือแท่นเหล่านั้น, ท่านให้ฟันลงเสีย, และรูปเสา, รูปสลัก, รูปหล่อ, ก็ไว้หักทำลายเสีย, ตำให้แหลกละเอียด แล้วโปรยไว้บนที่ฝังศพแห่งคนที่เคยทำการสักการบูชาถวายแก่รูปเหล่านั้น. 5 ส่วนอัฐิแห่งปุโรหิตท่านก็ได้เผาเสียบนแท่นของเขา, ชำระแผ่นดินยูดาและกรุงยะรูซาเลม. 6 กับหัวเมืองในตระกูลมานาเซ, เอ็ฟรายิม, และซีโมน, จนถึงนัฟธาลี, พร้อมด้วยเหล่าเมืองร้างที่อยู่ล้อมรอบ. 7 ส่วนแท่นนั้นท่านได้รื้อเสีย, รูปเสาและรูปสลักท่านก็ได้หักฟันเสียให้แหลกละเอียด, และรูปสัณฐานพระอาทิตย์ทั่วแผ่นดินยิศราเอล, ท่านก็ได้ฟันลงเสีย, แล้วเสด็จกลับไปยังกรุงยะรูซาเลม 8 ครั้นถึงปีที่สิบแปดแห่งรัชชกาลของท่าน, เมื่อชำระบ้านเมืองและโบสถ์วิหารเสร็จแล้ว, จึงรับสั่งให้ซาฟานบุตรชายของอะซาระยา, มาเซยาผู้ว่าราชการเมือง, และโยอายุตรชายของโยอาฮัศอาลักษณ์, ให้บำรุงซ่อมแซมโบสถ์วิหารของพระยะโฮวาพระเจ้าของท่าน. 9 เมื่อคนทั้งปวงนั้นที่ได้มาหาฮิศคียาผู้ปุโรหิตใหญ่, เขาได้มอบเงินถวายสำหรับโบสถ์วิหารของพระเจ้า, คือเงินที่พวกเลวีพนักงานเฝ้าประตูได้เรี่ยรายเก็บมาจากตระกูลมะนาเซ, ตระกูลเอ็ฟรายิม, และจากพวกยิศราเอล, บรรดาที่ยังเหลืออยู่นั้น, และจากชนตระกูลยูดา, ตระกูลเบ็นยามิน, และชาวกรุงยะรูซาเลม. 10 เงินนั้นเขาได้มอบไว้ในมือเจ้าพนักงานใหญ่ผู้บังคับการโบสถ์วิหารของพระยะโฮวา, พวกนั้นจึงมอบเงินไว้กับคนทั้งปวงที่ทำการอยู่ในวิหารนั้น, เพื่อจะได้ใช้จ่ายซ่อมแซมโบสถ์วิหารให้มั่นคง: 11 คือให้กับช่างไม้, ช่างก่อ, เพื่อจะได้ขอหินสลัก, ไม่ประกับติดต่อ, และไม้รองสำหรับซ่อมแซมห้องที่กษัตริย์ยูดารื้อเสียแล้วนั้น 12 คนทั้งปวงทำการนั้นด้วยสุจริต: เชื่อนายบังคับบัญชาการงานเหล่านั้นคือ, ยาฮัศ, และโอบัตยา, ชนตระกูลเลวี, แต่พงศ์พันธุ์ของมะรารี; กับซะคาระยาและมะซุลาม, พงศ์พันธุ์ของโคฮาธ, เป็นหัวหน้า; กับพวกเลวีที่ชำนาญในการประโคมเสียงด้วยเครื่องเพลงต่างๆ. 13 คนเหล่านั้นเป็นหัวหน้าแบกหาม, คนทั้งปวงที่ทำการทุกพวกยังมีชนเลวีเป็นเสมียนบ้าง, สารวัตรบ้าง, เฝ้าประตูบ้าง 14 เมื่อกำลังส่งเงินถวายแก่โบสถ์วิหารของพระยะโฮวานั้น, ฮิศคียาผู้ปุโรหิตก็พบปะหนังสือพระบัญญัติของพระยะโฮวาซึ่ง (ประกาศ) โดยโมเซ. 15 ฮิศคียาก็บอกซาฟานผู้อาลักษณ์ว่า, ในโบสถ์วิหารของพระยะโฮวานั้น. เราได้พบปะหนังสือพระบัญญัติ. ฮิศคียาจึงได้มอบหนังสือนั้นไว้กับซาฟาน. 16 ซาฟานได้รับหนังสือนั้นไปถวายแก่กษัตริย์ทูลว่า, ข้าราชการของท่านกำลังทำตามรับสั่งทุกประการ. 17 ในโบสถ์ของพระยะโฮวานั้น, ได้พบเงินเท่าไร, เขาได้เทออกส่งมอบไว้ในมือเจ้าพนักงานและมือช่าง. 18 ซาฟานผู้เป็นอาลักษณ์ได้นำข้อความทูลกษัตริย์ว่า, ฮิศคียาผู้ปุโรหิตได้ฝากหนังสือม้วนหนึ่งไว้กับข้าพเจ้า. แล้วซาฟานได้อ่านหนังสือนั้นฉะเพาะกษัตริย์ 19 เมื่อไว้ทรงฟังข้อความในหนังสือพระบัญญัตินั้นแล้ว, ท่านก็ได้ฉีกฉลองพระองค์. 20 จึงรับสั่งแก่ฮิศคียา, อะฮีคามบุตรชายของซาฟาน, อับโดนบุตรชายของมีคา, ซาฟานผู้อาลักษณ์, และอะซายา, ผู้รับใช้ของท่านว่า, 21 จงไปกราบทูลถามพระยะโฮวาถึงข้อความในหนังสือที่พบแล้ว, เพื่อเราและเพื่อคนทั้งปวงที่ยังเหลืออยู่ในแผ่นดินยิศราเอลและแผ่นดินยูดา, ด้วยความพิโรธแห่งพระยะโฮวาได้พลุ่งขึ้นต่อพวกเราใหญ่ยิ่งนัก, เพราะปู่ย่าตายายของพวกเราไม่ได้ถือรักษาโอวาทของพระยะโฮวาในการที่จะประพฤติ, ตามซึ่งเขียนไว้ในหนังสือม้วนนี้ทุกประการ 22 ฮิศคียากับพวกข้าราชการนั้น, ได้ไปหานางผู้พยากรณ์ชื่อฮุลดานั้น, นางเป็นภรรยาของมาลุมเจ้าพนักงานเครื่องทอง, มาลุมเป็นบุตรของธิควา ๆ เป็นบุตรของอัศรา, นางนั้นอาศัยอยู่ในกรุงยะรูซาเลม ณ ตำบลนั้น: สองคนนั้นได้เล่าเรื่องให้นางนั้นทราบ. 23 นางได้ตอบแก่คนนั้นว่า, พระยะโฮวาพระเจ้าแห่งพวกยิศราเอลทรงตรัสดังนี้ว่า, จงไปบอกผู้ที่ใช้ให้มาหาเรานั้นว่า, 24 พระยะโฮวาทรงตรัสดังนี้ว่า, “เราคงจะบันดาลให้กับอันตรายสวมทับตำบลนี้และชาวเมืองทั้งปวง, คือคำแช่งสาปทั้งปวงตามที่เขียนไว้ในหนังสือซึ่งเขาได้อ่านตรงหน้ากษัตริย์ยูดานั้น: 25 ด้วยเขาได้พากันละทิ้งเรา, และได้เผาเครื่องหอมถวายแก่พระอื่นๆ. การประพฤติเช่นนั้นเป็นเหตุให้ความพิโรธของเราพลุ่งขึ้น; เหตุฉะนั้นความพิโรธของเราก็ได้พลุ่งขึ้นแล้วต่อตำบลนี้และจะไม่ดับเลย.” 26 แต่ส่วนกษัตริย์ยูดา, ผู้ใช้ท่านทั้งหลายมาทูลถามเรานั้น, จงทูลตอบท่านว่า, พระยะโฮวาพระเจ้าแห่งพวกยิศราเอลทรงตรัสดังนี้, ตามคำที่ท่านได้ยินแล้วว่า; 27 เพราเหตุใจของท่านอ่อนสุภาพถ่อมลงต่อพระพักตรพระยะโฮวา, ครั้นเมื่อได้ยินคำที่พระองค์ทรงตรัสต่อตำบลและชนชาวเมืองนี้, กับเพราท่านได้อ่อนน้อมลงฉีกเสื้อผ้า, ทั้งเข้าเฝ้าพระองค์ด้วยการร้องไห้: เหตุฉะนั้นพระยะโฮวาทรงตรัสว่า, “เราได้ทรงโปรดสดับฟังแล้ว.” 28 “ดูเถิด, เราจะประมวญท่านไว้กับเชื้อวงศ์ราชบิดาของท่าน, เจ้าจะดำรงอยู่ด้วยความสุขสำราญ, กว่าเจ้าจะไปยังที่ฝังศพเป็นสุขสำราญ, ตาของเจ้าจะไม่ได้เห็นโพยภัยอันตรายต่างๆ ที่เราจะบันดาลให้สวมทับตำบลนี้กับชนชาวเมือง” คนเหล่านั้นได้นำความนี้มาทูลกษัตริย์. 29 ฝ่ายกษัตริย์รับสั่งไปยังผู้เฒ่าผู้แก่แห่งแผ่นดินยูดาและกรุงยะรูซาเลมให้ประชุมกันหมด. 30 จึงเสด็จขึ้นไปยังโบสถ์วิหารของพระยะโฮวา, พร้อมด้วยบรรดาชาวชนแผ่นดินยูดา, และชาวกรุงยะรูซาเลม, กับพวกปุโรหิตและพวกเลวี, และราษฎรทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อย; แล้วทรงอ่านให้เขาฟังถ้อยคำทั้งปวงในหนังสือคำสัญญาไมตรีนั้น, ที่เขาได้พบปะในโบสถ์วิหารของพระยะโฮวา. 31 กษัตริย์ได้ยืนบนที่สูงทำคำสัตย์สาบานต่อพระพักตรพระยะโฮวารับสัญญาว่า, จะแสวงหาพระยะโฮวา, จะถือรักษาบทพระบัญญัติ, กับกฎหมายและข้อตัดสินของพระองค์, ด้วยสิ้นสุดใจและสุดจิตต์วิญญาณของตน, ทั้งจะกระทำตามซึ่งเขียนไว้ในหนังสือสัญญาไมตรีนี้. 32 ท่านได้บังคับคนทั้งปวงที่กรุงยะรูซาเลมและในตระกูลเบ็นยามินให้ตั้งมั่นคงอยู่ในคำสัญญานั้น. ชาวกรุงยะรูซาเลมก็ได้ประพฤติตามคำสัญญาไมตรีของพระเจ้าแห่งปู่ย่าตายายของตน. 33 โยซีอาจึงได้กวาดของอันน่าเกลียดทั้งปวงนั้นไปเสียทั่วอาณาเขตต์ชาติยิศราเอล, ได้เป็นเหตุให้คนทั้งปวงที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินยิศราเอล ให้ปฏิบัติพระยะโฮวาพระเจ้าของตนทั่วตลอดรัชชกาลของท่าน. เขามิได้บ่ายหน้าไปจากพระยะโฮวาพระเจ้าแห่งปู่ย่าตายายเลย |
พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับ 1940 สงวนลิขสิทธิ์ 1940 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย The Holy Bible – Thai 1940 Copyright ©1940 Thailand Bible Society
Thailand Bible Society