2พงศาวดาร 32 - พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 19401 ครั้นกิจการและความสัตย์ซื่อนั้นปรากฏแจ้งแล้ว, ซันเฮรีบกษัตริย์อาซูเรียได้ยกกองทัพล่วงเข้าล้อมเมืองเข้มแข็งในแผ่นดินยูดาไว้, ประสงค์จะตีเอาเป็นเมืองของท่าน. 2 ครั้นฮิศคียาทราบความว่าซันเฮรีบยกกองทัพมาถึงแล้ว, มุ่งหมายจะตีเอากรุงยะรูซาเลม, 3 ท่านจึงปรึกษากับเจ้านายและทหารเข้มแข็ง. ตกลงกันว่า, จะปิดบ่อน้ำที่อยู่นอกเมือง. แล้วเขาก็พากันช่วยท่านปิดไว้. 4 มีคนเป็นอันมากได้ประชุมกันปิดบ่อนน้ำทั้งปวง, กับลำธารที่ไหลลงท่ามกลางแผ่นดิน. เขาพูดกันว่า, เมื่อกษัตริย์อาซูเรียมาถึงแล้วจะได้พบปะน้ำมากทำไมเล่า? 5 ท่านทรงจัดการแข็งแรง, กำแพงที่หักรื้อเสียแล้วก็สร้างขึ้นใหม่, และก่อหอคอยไว้ข้างบน. กับสร้างกำแพงนอกอีกชั้นหนึ่ง, และป้อมมิโลที่เมืองดาวิดนั้น, ท่านได้ซ่อมแซมให้มั่นคง, ทั้งได้กระทำเครื่องอาวุธโยนกับโล่ห์ขึ้นเป็นอันมาก. 6 ท่านทรงตั้งนายกอง ๆ ทัพศึก, และให้ผู้คนมาประชุมเผาในที่กว้างตรงประตูเมือง, และทรงตรัสอุดหนุนใจเขาว่า, 7 ท่านทั้งหลายจงตั้งใจมั่นคงกล้าหาญ, อย่าวิตกใจกลัวเพราะกษัตริย์อาซูเรีย, หรือทหารกองใหญ่ที่มากับท่านนั้น: ด้วยผู้มีอยู่ฝ่ายเราก็ใหญ่กว่าที่อยู่ฝ่ายเขา: 8 ฝ่ายเขามีแขนกับเนื้อ; แต่ฝ่ายเรามีพระยะโฮวาพระเจ้าของพวกเราทรงสถิตอยู่, เพื่อจะรักษาในการศึกสงครามของเรา. พลเมืองก็วางใจในพระดำรัสของฮิศคียากษัตริย์ยูดา 9 ภายหลังซันเฮรีบกษัตริย์อาซูเรียทรงใช้ราชทูตไปยังกรุงยะรูซาเลม, ฝ่ายท่านกับกองทัพนั้นตั้งล้อมเมืองลาคิศอยู่, ให้ทูตไปเฝ้าฮิศคียากษัตริย์ยูดากับบรรดาชาวยูดาที่อยู่กรุงยะรูซาเลมสั่งว่า, 10 ซันเฮรีบกษัตริย์อาซูเรียทรงตรัสว่า, พวกเจ้าไว้ใจในใคร, จึงอาศัยอยู่ในกำแพงกรุงยะรูซาเลมซึ่งถูกล้อมอยู่นั้น? 11 ฮิศคียาล่อลวงพวกเจ้าเพื่อจะปล่อยให้พวกเจ้าตายด้วยอดอาหารและอดน้ำ, โดยกล่าวว่า, พระยะโฮวาพระเจ้าแห่งพวกเราจะช่วยให้พ้นจากอำนาจกษัตริย์อาซูเรียมิใช่หรือ? 12 เป็นพระองค์นั้นมิใช่หรือ, ที่ฮิศคียาได้รื้อที่สูงสำหรับนมัสการและแท่นเสีย, กับสั่งแก่ชาวยูดาและชาวกรุงยะรูซาเลมว่า, พวกเจ้าต้องนมัสการและเผาเครื่องหอมทั้งปวงถวายที่บนแท่นแห่งเดียวนั้น? 13 พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าซึ่งเรากับราชวงศ์ของเราได้กระทำแก่ชาวชนประเทศต่างๆ? พระแห่งชนชาวแผ่นดินเหล่านั้นมีกำลังอาจช่วยประเทศของเขาให้พ้นจากอำนาจของเราได้หรือ? 14 ในท่ามกลางแห่งประเทศทั้งปวงที่ราชบิดาของเราได้ล้างผลาญเสียนั้น, พระองค์ไหนอาจช่วยพลไพร่ของตนให้พ้นจากอำนาจของเราได้บ้าง, พระเจ้าแห่งพวกเจ้าอาจช่วยพวกเจ้าทั้งหลายให้พ้นอำนาจของเราได้หรือ? 15 อย่าให้ฮิศคียาล่อลวงหรือแนะนำพวกเจ้าอย่างแนะนำนั้น, อย่าเชื่อท่าน, ด้วยไม่มีพระสักองค์เดียวในประเทศใดๆ ที่อาจจะช่วยพวกของตนให้พ้นจากอำนาจของเรา, หรือพ้นจากอำนาจราชบิดาของเราได้: ยิ่งกว่านั้นเท่าใด, พระเจ้าของพวกเจ้าก็ไม่อาจช่วยพวกเจ้าให้พ้นจากอำนาจของเราไปได้? 16 พวกทูตนั้นยังกล่าวคำหยาบช้าต่อพระยะโฮวา, และต่อฮิศคียาผู้รับใช้ของพระองค์ต่อไปอีก. 17 ท่านได้มีราชสาส์นกล่าวคำหยาบช้าต่อพระยะโฮวาพระเจ้าแห่งพวกยิศราเอลว่า, พระแห่งชนชาวประเทศทั้งปวงไม่ได้ด้วยพลไพร่ของตนให้พ้นจากอำนาจของเราฉันใด, พระเจ้าแห่งฮิศคียาจะไม่ช่วยพวกของท่านให้พ้นจากอำนาจของเราฉันนั้น. 18 พวกทูตได้ร้องตะโกนเสียงดังเป็นภาษาเฮ็บรายแก่ชาวกรุงยะรูซาเลมที่อยู่บนกำแพง, หมายจะให้พวกนั้นสะดุ้งหวาดหวั่นไหวเพื่อจะตีเอาเมืองได้. 19 เขาได้กล่าวถึงพระเจ้าแห่งกรุงยะรูซาเลมเหมือนดังพระแห่งชนชาวต่างประเทศซึ่งมือมนุษย์ได้สร้างขึ้นนั้น 20 เพราะเหตุฉะนั้นฮิศคียาผู้กษัตริย์กับยะซายาบุตรชายของอาโมศผู้พยากรณ์, ได้ร้องทูลขอต่อสวรรค์. 21 แล้วพระยะโฮวาได้ทรงใช้ทูตองค์หนึ่งให้ทรงล้างผลาญทหารเข้มแข็งกับนายหมวดนายกองในกองทัพกษัตริย์อาซูเรีย. กษัตริย์นั้นมีความอับอายจึงหันหน้าไปยังแผ่นดินของท่าน, เมื่อท่านเข้าไปในโบสถ์แห่งพระของท่าน, คนที่เกิดแต่บั้นเอวของท่าน, ก็เอาดาบฆ่าท่านเสียที่นั่น. 22 เช่นนั้นแหละพระยะโฮวาได้ทรงช่วยฮิศคียากับชาวกรุงยะรูซาเลมให้พ้นจากอำนาจซันเฮรีบกษัตริย์อาซูเรีย, และให้พ้นจากอำนาจศัตรูทั้งปวง, พระองค์ได้ทรงนำพาทั่วทุกด้าน. 23 มีคนเป็นอันมากได้นำของมาถวายพระยะโฮวาที่กรุงยะรูซาเลม, และของวิเศษต่างๆ แก่ฮิศคียากษัตริย์ยูดา: ท่านจึงได้เกียรติยศต่อหน้าชาวประเทศทั้งปวงสืบไป 24 ในกาลนั้นฮิศคียาประชวรหนักจวนจะสิ้นพระชนม์, แต่เมื่อท่านได้อธิษฐานทูลพระยะโฮวา: พระองค์ทรงตรัสตอบ, และทรงประทานหมายสำคัญแก่ท่าน. 25 แต่ฮิศคียามิได้สนองพระกรุณาคุณนั้น; ด้วยท่านมีพระทัยกำเริบเย่อหยิ่ง: เหตุฉะนั้นพระองค์ทรงพระพิโรธต่อท่าน, กับชาวยูดาและชาวกรุงยะรูซาเลม. 26 แต่ทว่าฮิศคียาได้อ่อนน้อมถ่อมพระทัยที่กำเริบนั้นลง, พร้อมกับชาวกรุงยะรูซาเลมด้วย, พระยะโฮวาจึงไม่ได้ทรงลงพระราชอาชญาแก่พวกนั้นตลอดรัชชกาลของฮิศคียา 27 ฮิศคียาได้ราชทรัพย์และยศศักดิ์เป็นอันมาก: ท่านได้สร้างคลังไว้ราชทรัพย์, มีเงินทอง, เพ็ชร์พลอยวิเศษ, เครื่องหอม, โล่ห์, และภาชนะอันน่าชมต่างๆ; 28 กับยุ้งฉางสำหรับเก็บพืชผลกับข้าวสาลี, น้ำองุ่น, และน้ำมัน; ทั้งได้สร้างโรงสัตว์ใช้ต่างๆ, และให้ฝูงสัตว์อยู่ในนั้น. 29 ท่านได้สร้างเมืองต่างๆ, แล้วจัดเตรียมฝูงแกะ, แพะ, โค, เป็นอันมาก: ด้วยพระเจ้าทรงโปรดพระราชทานให้ท่านมีทรัพย์บริบูรณ์. 30 ฮิศคียาองค์นี้ได้ปิดน้ำพุลำธารฆีโฮนข้างเหนือให้ลำธารนั้นไหลลงมาทางตรงถึงเมืองดาวิดด้านทิศตะวันตก. ฮิศคียาได้มีความเจริญในกิจการทุกๆ อย่าง. 31 เวันแต่เรื่องราชทูตที่เจ้านายเมืองบาบูโลน, ใช้มาทูลถามถึงการอัศจรรย์, ซึ่งได้เกิดขึ้นในแผ่นดิน, คราวนั้นพระเจ้าได้ทรงผละท่านเสีย, เพื่อจะชันสูตรดูความคิดในพระราชหฤทัยทั้งสิ้น 32 ราชการอื่นๆ ของฮิศคียา, กับความเลื่อมใสมีปรากฏอยู่ในหนังสือพยากรณ์ของยะซายาผู้พยากรณ์บุตรชายของอาโมศ, และในพงศาวดารกษัตริย์ยูดาและยิศราเอล. 33 ฮิศคียาก็ล่วงลับไปตามราชวงศ์ของท่าน, เขาได้เชิญพระศพไปฝังไว้ในอุโมงค์ทางขึ้นไปที่ฝังพระศพแห่งราชวังค์ของดาวิด: และชาวยูดาและชาวกรุงยะรูซาเลมทั้งปวงได้จัดการพระศพให้ท่านมีเกียรติยศอย่างยิ่ง. ฝ่ายมะนาเซราชโอรสได้ครอบครองแทนต่อไป |
พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับ 1940 สงวนลิขสิทธิ์ 1940 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย The Holy Bible – Thai 1940 Copyright ©1940 Thailand Bible Society
Thailand Bible Society