2พงศาวดาร 30 - พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 19401 ฮิศคียามีรับสั่งไปทั่วแผ่นดินยิศราเอลและแผ่นดินยูดา, ทั้งมีพระราชสาส์นเชิญตระกูลเอ็ฟรายิมและตระกูลมะนาเซ, ให้มาในโบสถ์วิหารของพระยะโฮวาที่กรุงยะรูซาเลม, เพื่อจะได้ถือศีลปัศคาในนามของพระยะโฮวาพระเจ้าแห่งพวกยิศราเอล. 2 กษัตริย์ทรงปรึกษากับเจ้านายและฝูงคนทั้งปวงที่กรุงยะรูซาเลม, ตกลงกันจะถือศีลปัศคาในเดือนหก. 3 เพราะเขาถือทันเวลานั้นไม่ได้, เหตุว่าพวกปุโรหิตชำระตัวยังไม่พอ, และคนทั้งปวงยังไม่ได้ประชุมพร้อมกันที่กรุงยะรูซาเลม. 4 กษัตริย์กับคนทั้งปวงที่ประชุมก็เห็นชอบด้วย. 5 ได้ตกลงกันให้มีคำประกาศไปทั่วอาณาเขตต์ยิศราเอล, ตั้งแต่เมืองบะเอระซาบาจนถึงเมืองดาน, เชิญคนทั้งปวงมาถือศีลปัศคาในนามของพระยะโฮวาพระเจ้าแห่งพวกยิศราเอลที่กรุงยะรูซาเลม: ด้วยหลายเวลามาแล้วเขาไม่เคยถือพร้อมกันตามแบบอย่างที่จดเขียนไว้นั้น. 6 พวกทูตได้รับพระราชสาส์นเป็นลายพระหัตถ์จากกษัตริย์และจากเจ้านายเหล่านั้นถือไปทั่วยิศราเอลและยูดา, ตามรับสั่งของกษัตริย์เป็นใจความว่า, ท่านทั้งหลายที่เป็นพงศ์พันธุ์ของยิศราเอล, จงกลับหันหาพระยะโฮวาพระเจ้าแห่งอับราฮาม, ยิศฮาค, และยาโคบ, เพื่อพระองค์จะทรงหวนพระทัยโปรดท่านทั้งหลายที่เหลืออยู่ให้รอดพ้นจากอำนาจกษัตริย์อะซูเรียนั้น. 7 อย่าเป็นเหมือนเชื้อวงศ์ปู่ย่าตายาย, และญาติพี่น้องของพวกท่านผู้ได้หลงกระทำผิดต่อพระยะโฮวาพระเจ้าแห่งเชื้อวงศ์ปู่ย่าตายาย, พระองค์จึงทรงมอบคนทั้งปวงนั้นไว้ให้ถูกล้างผลาญเหมือนอย่างท่านทั้งหลายได้เห็นแจ้งอยู่แล้ว. 8 บัดนี้ขออย่าทำดื้อคอแข็งเหมือนเชื้อวงศ์ปู่ย่าตายาย, แต่จงอ่อนน้อมต่อพระยะโฮวาเข้าไปในโบสถ์วิหารของพระองค์ที่ได้ทรงตั้งเฉลิมไว้เป็นนิตย์: จงปฏิบัติพระยะโฮวาพระเจ้าของท่าน, เพื่อความพิโรธอันเดือดดาลของพระองค์จะเลื่อนไปจากพวกท่าน. 9 ด้วยถ้าท่านสั่งหลายกลับหันหาพระยะโฮวา ญาติพี่น้องและเผ่าพันธุ์ของท่านจะได้พบความเมตตาในท่ามกลางคนที่ได้กวาดไปเป็นชะเลย, และเขาจะได้กลับมายังแผ่นดินนี้: ด้วยพระยะโฮวาพระเจ้าของพวกท่านประกอบด้วยความเมตตากรุณา, ถ้าท่านทั้งหลายกลับหันหาพระองค์ ๆ จะไม่ทรงเมินพระพักตรไปจากพวกท่าน 10 ราชทูตก็ได้ผ่านไปตามหัวเมืองต่างๆ ทั่วเขตต์ตระกูลเอ็ฟรายิมและมะนาเซจนถึงเขตต์ตระกูลซะบูโลน: ส่วนพวกทูตนั้นก็ถูกหัวเราะเยาะเย้ย. 11 แต่ทว่าลางคนในตระกูลอาเซอร์, ตระกูลมะนาเซ, และตระกูลซะบูโลนได้ถ่อมใจลง, และมายังกรุงยะรูซาเลม. 12 พระเจ้าได้ทรงยื่นพระหัตถ์เหนือตระกูลยูดา บันดาลให้มีใจอันหนึ่งอันเดียวกันกระทำตามคำที่กษัตริย์กับเจ้านายได้บังคับสั่งไว้ตามคำโอวาทของพระยะโฮวานั้น. 13 ในเดือนหกนั้นคนเป็นอันมากไว้ประชุมกันที่กรุงยะรูซาเลม เพื่อจะได้ถือศีลเลี้ยงด้วยขนมไม่มีเชื้อเป็นการประชุมใหญ่นักหนา. 14 เขาทั้งหลายได้ลุกขึ้นรื้อแท่นที่กรุงยะรูซาเลม, กับแท่นทั้งปวงสำหรับเผาเครื่องหอมก็เอาไปทิ้งเสียในลำธารเฆ็ดโรน. 15 ในเดือนหกขึ้น ๑๔ ค่ำนั้นเขาได้ฆ่าสัตว์สำหรับถือศีลปัศคา: ส่วนพวกปุโรหิตกับพวกเลวีก็มีความละอาย, จึงได้ชำระตัวนำสัตว์มาถวายเป็นเครื่องบูชาเพลิงในโบสถ์วิหารของพระยะโฮวา. 16 คนทั้งหลายได้ยืนอยู่ในที่ของตนตามแบบอย่าง, ถูกต้องกับบัญญัติของโมเซผู้รับใช้ของพระเจ้า; และพวกปุโรหิตก็ได้ชำระพรมโลหิตซึ่งรับมาจากมือพวกเลวีนั้น. 17 ด้วยในพวกประชุมนั้นคนที่ยังไม่ได้ชำระตัวมีมาก: พวกเลวีจึงได้รับหน้าที่ฆ่าสัตว์ปัศคาแทนคนทั้งปวงที่ไม่สะอาดเพื่อจะได้ชำระคนทั้งปวงนั้นตั้งเฉลิมไว้แก่พระยะโฮวา. 18 คนเป็นอันมากที่มาจากตระกูลเอ็ฟรายิม, ตระกูลมะนาเซ, ตระกูลยิซาคาร, และตระกูลซะบูโลน, มีหลายคนที่ยังไม่ได้ชำระตัว, แต่ได้กินของเลี้ยงปัศคาผิดกับข้อซึ่งจดเขียนไว้นั้น. แต่ฮิศคียาได้อธิษฐานเผื่อคนทั้งปวงนั้น, ทูลว่า, ขอพระยะโฮวาผู้ประกอบด้วยพระกรุณาทรงโปรดยกโทษเขา. 19 ทุกคนที่ตั้งใจแสวงหาพระยะโฮวาพระเจ้าแห่งปู่ย่าตายาย, ถึงแม้ว่าไม่ได้ชำระตัวตามแบบอย่างสำหรับโบสถ์วิหาร. 20 พระยะโฮวาทรงสดับฟังฮิศคียา, และได้ทรงโปรดฝูงคนเหล่านั้นให้พ้นโทษ. 21 ชนชาติยิศราเอลที่อยู่ในกรุงยะรูซาเลมได้ถือศีลกินเลี้ยงด้วยขนมไม่มีเชื้อถึงเจ็ดวันด้วยใจโสมนัสส์ยินดีเป็นที่ยิ่ง: และพวกปุโรหิตกับพวกเลวีได้ยกยอสรรเสริญพระยะโฮวาทุกวันๆ, ประโคมเสียงดังด้วยเครื่องเพลงต่างๆ ถวายแก่พระองค์. 22 ฮิศคียาได้ประเล้าประโลมใจพวกเลวีทั้งปวงที่ชำนาญดีในการปฏิบัติพระยะโฮวา: คนทั้งปวงเมื่อถือศีลเลี้ยงได้นำเครื่องบูชาสมานมิตรไมตรีมาถวายและได้รับสารภาพผิดต่อพระยะโฮวาพระเจ้าแห่งปู่ยาตายายตลอดถึงเจ็ดวัน 23 คนทั้งปวงที่ประชุมกันได้ปรึกษาตกลงกันจะถือศีลอีกเจ็ดวัน: แล้วก็ถือต่อไปด้วยใจชื่นเบิกบาน. 24 ฮิศคียากษัตริย์ยูดาได้พระราชทานโคผู้พันตัวและแกะเจ็ดพันตัว; มอบให้แก่พวกประชุม, ฝ่ายเจ้านายก็มอบโคผู้พันตัวและแกะหมื่นตัวให้แก่พวกประชุม, มีปุโรหิตเป็นอันมากได้ชำระตัว. 25 คนทั้งปวงที่เป็นตระกูลยูดา, กับพวกปุโรหิตและพวกเลวี, และคนที่มาจากแผ่นดินยิศราเอล, กับคนต่างประเทศที่มาจากแผ่นดินนั้น, หรือที่อาศัยอยู่ในเขตต์ยูดาก็ดีพากันยินดี. 26 คนทั้งปวงที่กรุงยะรูซาเลมจึงโสมนัสส์ยินดีเป็นที่ยิ่ง: ด้วยตั้งแต่แผ่นดินซะโลโมราชบุตรของดาวิดกษัตริย์ยิศราเอล ยังไม่เคยมีการเช่นนี้ที่กรุงยะรูซาเลม. 27 แล้วพวกปุโรหิตตระกูลเลวีได้ยืนขึ้นประสิทธิ์พระพรแก่ฝูงคน: พระเจ้าได้ทรงโปรดสดับฟังคำอธิษฐานของเขานั้น ได้ขึ้นไปยังสวรรค์ถึงสถานอันบริสุทธิ์ของพระองค์ |
พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับ 1940 สงวนลิขสิทธิ์ 1940 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย The Holy Bible – Thai 1940 Copyright ©1940 Thailand Bible Society
Thailand Bible Society