2พงศาวดาร 26 - พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 19401 บรรดาชนนิกรในแผ่นดินยูดาจึงได้เชิญอุซียาผู้มีพระชนม์มายุได้สิบหกพรรษา, ขึ้นเป็นกษัตริย์ครอบครองแทนอะมาซียาผู้ราชบิดา. 2 ท่านอุซียาได้สร้างเมืองเอโลธ, ภายหลังราชบิดาสิ้นพระชนม์ล่วงลับไปตามเชื้อวงศ์ปู่ย่าตายายแล้ว ท่านทำให้เมืองนั้นกลับเป็นเมืองขึ้นแก่แผ่นดินยูดา. 3 เมื่อขึ้นเสวยราชย์นั้นอุซียามีพระชนมายุได้สิบหกพรรษา, ท่านได้ครอบครองที่กรุงยะรูซาเลมห้าสิบสองปี. ฝ่ายมารดาของท่านชื่อยะคีละยาเป็นชาวกรุงยะรูซาเลม. 4 ท่านได้ประพฤติเป็นการชอบต่อพระเนตรพระยะโฮวา, เหมือนอย่างอะมาซียาราชบิดาได้กระทำ. 5 ท่านได้ตั้งพระทัยแสวงหาพระเจ้าตลอดวันเดือนของซะคาระยา, ผู้มีความรู้ในนิมิตต์มาแต่พระเจ้า: ท่านได้เสวงหาพระยะโฮวานานเท่าไร, พระเจ้าก็ทรงบันดาลให้ท่านมีความเจริญนานเท่านั้น 6 ท่านได้ยกกองทัพออกไปสู้รบกับพวกฟะลิศตีม, หักทำลายกำแพงเมืองฆัธ, กำแพงเมืองยัปเน, และกำแพงเมืองอัศโดด, แล้วได้สร้างเมืองขึ้นหลายเมืองในเขตต์อัศโดด, และในเขตต์ฟะลิศตีม. 7 พระเจ้าทรงโปรดช่วยท่านในการสู้รบกับพวกฟะลิศตีม, พวกอาราบชาวเมืองฆูระบาละ, และกับพวกมะอูนีม. 8 พวกอำโมนได้นำเครื่องบรรณาการมาถวายอุซียา: ท่านมีชื่อเสียงเลื่องลือไปจนถึงเขตต์แดนอายฆุบโต; ด้วยท่านมีอำนาจทวีขึ้น. 9 อนึ่ง, อุซียาได้สร้างหอคอยที่กรุงยะรูซาเลมที่ประตูหัวมุม, และที่ประตูซอกเขา, และที่กำแพงเลี้ยวไปนั้นได้จัดเตรียมไว้เป็นมั่นคง. 10 ท่านได้สร้างหอคอยที่ป่าดงหลายแห่ง, กับขุดบ่อน้ำไว้ด้วย: ท่านมีสัตว์หลวงหลายฝูงที่แผ่นดินราบต่ำ, และที่แผ่นดินราบสูง; มีคนทำไร่, ทำสวนองุ่นตามสวนที่ภูเขาต่างๆ, เพราะท่านโปรดในการทำนา. 11 อุซียามีพลทหารได้ผลัดเปลี่ยนกันเป็นกองๆ ออกไปทำการศึกตามบัญชีจำนวนที่ยะอีเอลอาลักษณ์และมาเซยานายสมุหบัญชี, และฮะนันยา, แม่ทัพของกษัตริย์ได้จดรายชื่อไว้นั้น. 12 จำนวนคนหัวหน้าในวงศ์ของคนเข้มแข็งกล้าหาญหมดด้วยกันสองพันหกร้อยคน. 13 ในบังคับบัญชาของคนเหล่านี้มีกองทัพนับได้สามแสนเจ็ดพันห้าร้อยคน, ที่ทำการศึกต่อสู้กำลังอันเข้มแข็งได้เพื่อช่วยป้องกันกษัตริย์ไว้ต่อต้านข้าศึก. 14 อุซียาได้ตระเตรียมโล่ห์, ทวน, เกราะสำหรับศีรษะ, เสื้อเกราะเป็นเกล็ด, ธนู, กับลูกสลิง, มอบให้กับทหารเสร็จ. 15 ที่กรุงยะรูซาเลมนั้นท่านได้จัดแม่แรงที่คนฉลาดได้คิดทำขึ้นตั้งไว้บนหอคอย, และบนกำแพงสำหรับโยนก้อนหินใหญ่และยิงลูกธนู. ท่านก็มีชื่อเสียงเลื่องลือไป; ด้วยพระเจ้าทรงอุดหนุนให้ท่านเจริญขึ้นเป็นอย่างน่าอัศจรรย์จนตั้งมั่นคงได้ 16 แต่เมื่อมีความเจริญตั้งได้มั่นคงแล้วท่านก็มีใจหยิ่งทำการชั่ว, ได้ล่วงละเมิดต่อพระยะโฮวาพระเจ้าของท่าน, ได้เข้าไปในโบสถ์วิหารของพระยะโฮวาประสงค์จะเผาเครื่องหอมถวายที่แท่นสำหรับเผาเครื่องหอม. 17 อะซาระยาผู้ปุโรหิตของพระยะโฮวา, ที่เป็นคนกล้าอีกแปดสิบคนได้ตามเข้าไปด้วย: 18 ได้ทูลห้ามปรามกษัตริย์อุซียาว่า, มิใช่เป็นหน้าที่ของท่านที่จะเผาเครื่องหอมถวายพระยะโฮวา, แต่เป็นหน้าที่ปุโรหิตพงศ์พันธุ์ของอาโรน, ที่เป็นคนเฉลิมตั้งไว้สำหรับเผาเครื่องหอมถวาย: ท่านจงเสด็จออกไปจากห้องบริสุทธิ์นี้เถิด; ด้วยท่านได้ทำล่วงเกินแล้ว; ในสิ่งนี้จะเป็นเหตุให้ท่านได้ความชอบต่อพระยะโฮวาเจ้าก็หามิได้. 19 อุซียาก็กริ้ว, พระหัตถ์กำลังถือกระถางสำหรับเครื่องหอม: และเมื่อกำลังกริ้วโกรธพวกปุโรหิตอยู่นั้น, ในทันใดนั้นโรคเรื้อนก็เกิดขึ้นที่พระพักตรต่อหน้าปุโรหิตในโบสถ์วิหารของพระยะโฮวา, ที่ริมแท่นสำหรับเผาเครื่องหอมนั้น. 20 ส่วนอะซาระยาปุโรหิตใหญ่, กับปุโรหิตทั้งปวง, ได้ตรวจดูแล้วเห็นว่า, ท่านเป็นโรคเรื้อนขึ้นที่พระพักตร, แล้วจึงบังคับให้รีบเสด็จออกไปเสียจากที่นั่น; ส่วนท่านเองก็ได้รีบเสด็จออกไป, เหตุว่าพระยะโฮวาได้ทรงลงโทษท่านแล้ว. 21 กษัตริย์อุซียาเป็นโรคเรื้อนตราบเท่าจนถึงวันสิ้นพระชนม์, ต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลโรคเรื้อน; เพราะท่านต้องขาดจากพระวิหารของพระยะโฮวา: แล้วโยธามราชบุตรได้รับตำแหน่งเป็นผู้สำเร็จราชการ, และพิพากษาครอบครองชาวแผ่นดิน. 22 ส่วนกิจการของอุซียาที่เหลืออยู่นั้น, ตั้งแต่เบื้องต้นจนเบื้องปลาย, ยะซายาผู้พยากรณ์บุตรชายของอาโมศได้เขียนไว้. 23 อุซียาก็สิ้นพระชนม์ตามราชวงศ์ของปู่ย่าตายาย, แล้วเขาได้เชิญพระศพไปไว้กับเชื้อวงศ์ในป่าช้าหลวง; ด้วยเขาพูดกันว่า, ท่านเป็นโรคเรื้อน: ฝ่ายโยธามราชบุตรก็ได้ครอบครองแทนต่อไป |
พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับ 1940 สงวนลิขสิทธิ์ 1940 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย The Holy Bible – Thai 1940 Copyright ©1940 Thailand Bible Society
Thailand Bible Society