2พงศาวดาร 25 - พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 19401 เมื่ออะมาซียาขึ้นเสวยราชย์นั้นมีพระชนมายุได้ยี่สิบห้าพรรษา, ท่านได้ครอบครองที่กรุงยะรูซาเลมยี่สิบเก้าปี. ราชมารดาของท่านชื่อยะโฮอาดานเป็นชาวกรุงยะรูซาเลม. 2 ท่านได้ประพฤติเป็นการชอบต่อพระเนตรพระยะโฮวา, แต่มิได้ทำด้วยใจซื่อสัตย์สุจริต. 3 ครั้นตั้งราชสมบัติได้มั่นคงแล้ว, ท่านจึงได้ประหารชีวิตพวกข้าราชการ, ที่ได้ทำร้ายแก่ราชบิดา. 4 แต่ส่วนบุตรของเขาท่านมิได้ฆ่าเสีย, ท่านไม่ได้ประพฤติตามคำโอวาทที่จดไว้ในหนังสือของโมเซ, ตามที่พระยะโฮวาทรงบัญญัติไว้นั้น, ว่า, อย่าให้บิดาตายเพราะเหตุบุตร, หรืออย่าให้บุตรตายเพราะเหตุบิดา, แต่ทุกคนต้องตายเพราะการผิดของตนทุกคน 5 อนึ่ง, อะมาซียารับสั่งให้ชาวยูดาประชุมกัน, แล้วท่านได้แยกจ่ายคนทั้งปวงออกตามเชื้อวงศ์ของบิดาใหญ่, ตั้งนายพัน, นายร้อย, ทั่วทั้งตระกูลยูดา, และตระกูลเบ็นยามิน. ให้ทำบัญชีชื่อคนตั้งแต่อายุยี่สิบปีขึ้นไป, เห็นว่ามีพลทหารฉกรรจ์ถือโล่ห์และทวนออกไปในกระบวนศึกได้ถึงสามแสนคน. 6 ท่านได้จ้างทหารมาจากแผ่นดินยิศราเอลอีกแสนคน, เสียค่าจ้างเป็นเงินร้อยตะลันต์. 7 แต่มีผู้รับใช้ของพระเจ้ามาเฝ้า, ทูลว่า, “ข้าแต่กษัตริย์, อย่าให้กองทัพยิศราเอลไปกับท่าน; ด้วยพระยะโฮวาไม่ทรงสถิตอยู่ฝ่ายยิศราเอลที่เป็นพงศ์พันธุ์เอ็ฟรายิม. 8 แต่ทว่า, ถ้าท่านจะขืนให้พวกนั้นไป, ถึงจะเตรียมกำลังไว้ให้มั่นคง, สำหรับการศึก: แต่พระเจ้าจะทรงบันดาลให้ท่านอัปราชัยต่อหน้าศัตรู: ด้วยพระองค์ทรงฤทธิ์จะช่วยก็ได้, หรือบันดาลให้พ่ายแพ้ก็ได้.” 9 อะมาซียาจึงตรัสถามผู้รับใช้ของพระเจ้านั้นว่า, ส่วนเงินร้อยตะลันต์ที่เราได้มอบให้พวกยิศราเอลแล้วนั้นจะทำประการใดเล่า? ผู้รับใช้ของพระเจ้าทูลตอบว่า, พระยะโฮวาทรงฤทธิ์อาจพระราชทานให้ท่านได้มากกว่านั้นหลายเท่า. 10 อะมาซียาจึงได้แยกกองทหารออกดังนี้คือ, ตระกูลเอ็ฟรายิมที่มาหาท่าน, ท่านให้กลับไปยังบ้านเมืองของตน: พวกนั้นมืใจแค้นเคืองพวกยูดามาก, ได้กลับไปบ้านด้วยใจโกรธเป็นกำลัง. 11 อะมาซียาก็มีพระทัยกล้าขึ้น, ได้นำกองทหารของท่านออกไปถึงซอกเขาชื่อ, ซอกเกลือ, ได้ฆ่าชาวภูเขาเซอีรตายเสียหมื่นคน. 12 ชนชาติยูดาจับชะเลยไว้ได้อีกหมื่นคน, จึงคุมมาถึงยอดเขายังเป็นอยู่แล้วก็ผลักทิ้งลงจากยอดศิลาให้แตกแหลกตายเสียทุกคน. 13 แต่กองทหารที่อะมาซียารับสั่งให้กลับ, ไม่ยอมให้ไปกับท่านในการศึก, พวกนั้นได้ไปตีปล้นเมืองต่างๆ ในแผ่นดินยูดา, ตั้งแต่เมืองซะมาเรียจนถึงเมืองเบ็ธโฮโรน, ฆ่าผู้คนเสียถึงสามพันคนและได้ริบเอาทรัพย์สิ่งของเป็นอันมาก 14 เมื่ออะมาซียากลับมาจากการประหารพวกอะโดมนั้นแล้ว, ท่านได้แห่รูปพระของชาวภูเขาซีอีรมาตั้งไว้เป็นพระของท่าน, ได้กราบไหว้, และเผาเครื่องหอมบูชาต่อพระนั้น, 15 เหตุฉะนั้นพระยะโฮวาทรงกริ้วอะมาซียา, จึงทรงใช้ผู้พยากรณ์ให้ไปทูลว่า, “เหตุไฉนเจ้าจึงแสวงหารูป, พระแห่งพวกนั้น, คือเหล่าพระที่ช่วยพวกของตนให้พ้นจากอำนาจของเจ้าไม่ได้นั้น?” 16 เมื่อผู้พยากรณ์กำลังทูลอยู่นั้น, มีพระดำรัสถามว่า, เราได้ตั้งแต่ให้เป็นที่ปรึกษาของกษัตริย์แล้วหรือ? นิ่งเสียเถิด; จะให้เขาประหารชีวิตเสียทำไม? ผู้พยากรณ์ก็งดไว้, แล้วทูลว่า, ข้าพเจ้าทราบแล้วว่า, พระเจ้าทรงดำริจะประหารท่านเสีย, เพราะท่านได้กระทำการนี้, หาได้เปิดหูฟังคำตักเตือนของข้าพเจ้าไม่ 17 อะมาซียากษัตริย์ยูดาครั้นปรึกษากันแล้ว, ทรงใช้ราชทูตไปยังโยอาศราชบุตรของยะโฮอาฮัศ, ที่เป็นราชบุตรของเยฮูกษัตริย์ยิศราเอล, ทูลว่า, ให้เราทั้งสองยกไปดูหน้า (สู้รบ) กันเถิด. 18 โยอาศกษัตริย์ยิศราเอลจึงรับสั่งตอบมายังอะมาซียากษัตริย์ยูดา, ว่า, ต้นหนามซึ่งอยู่ที่ภูเขาละบาโนนได้ใช้ทูตไปยังต้นสนซึ่งอยู่ที่ภูเขาละบาโนนนั้นว่า, จงยกบุตรสาวของท่านให้เป็นภรรยาบุตรชายของเรา: แต่มีสัตว์ป่าที่ภูเขาละบาโนนเดินมาเหยียบย่ำต้นหนามนั้นเสีย. 19 เจ้าเห็นว่า, ได้ชัยชะนะต่อเมืองอะโดมแล้ว; เจ้ามีใจกำเริบอวดหยิ่งนัก: ให้อยู่บ้านเถิด; จะก่อเหตุร้ายทำให้ตัวล้มแพ้ทั้งแผ่นดินยูดาด้วยกันทำไม? 20 แต่อะมาซียาไม่ฟัง; ด้วยเหตุการณ์นี้เป็นมาแต่พระเจ้า, เพื่อพระองค์จะทรงมอบเขาไว้ในมือ (ของศัตรู), เพราะพวกเขาได้แสวงหาพระของเมืองอะโดม. 21 โยอาศกษัตริย์ยิศราเอลจึงยกทัพไป; และท่านกับอะมาซียากษัตริย์ยูดาก็ดูหน้ากันที่เมืองเบ็ธเซเม็ศ, แขวงแผ่นดินยูดา. 22 พวกยูดาต้องพ่ายแพ้ต่อหน้าพวกยิศราเอล, ต่างคนต่างหนีไปที่พัก. 23 โยอาศกษัตริย์ยิศราเอลได้จับกษัตริย์อะมาซียากษัตริย์ยูดา, ผู้เป็นราชบุตรของโยอาศ ๆ เป็นราชบุตรของยะโฮอาฮัศที่เมืองเบ็ธเซเม็ศ, จึงคุมมายังกรุงยะรูซาเลม, แล้วได้หักทำลายกำแพงกรุงยะรูซาเลมตั้งแต่ประตูเอ็ฟรายิมจนถึงประตูหัวมุม, กว้างห้าเส้น. 24 อนึ่งเงิน, ทอง, และเครื่องภาชนะต่างๆ ที่ได้พบอยู่กับโอเบ็ดอะโดมในโบสถ์วิหารของพระเจ้า, และทรัพย์สมบัติที่อยู่ในมณเฑียรของกษัตริย์, ท่านเก็บไปเสียหมด, ทั้งตัวชะเลยด้วย, แล้วกลับไปยังกรุงซะมาเรีย 25 ครั้นโยอาศราชบุตรของยะโฮอาฮัศกษัตริย์ยิศราเอลสิ้นพระชนม์แล้ว, อะมาซียาราชบุตรของโยอาศกษัตริย์ยูดายังมีพระชนม์เจริญต่อไปอีกสิบห้าพรรษา. 26 ส่วนกิจการอื่นๆ ของอะมาซียานั้น, ตั้งแต่เบื้องต้นจนเบื้องปลายก็มีปรากฏอยู่ในหนังสือพงศาวดารกษัตริย์ยูดาและยิศราเอลมิใช่หรือ? 27 ตั้งแต่เวลาที่อะมาซียาได้บ่ายหน้าไปจากพระยะโฮวามีคนที่กรุงยะรูซาเลมได้กบฏคิดทำร้ายท่าน; จึงได้หนีไปยังเมืองลาคิศ: แต่เขาได้ใช้คนไปตามท่านยังเมืองลาคิศ, และได้ฆ่าเสียที่นั่น. 28 เขาได้เชิญพระศพขึ้นหลังม้า, แล้วไปฝังไว้กับราชวงศ์ปู่ย่าตายายของท่านที่เมืองหลวงในแผ่นดินยูดา |
พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับ 1940 สงวนลิขสิทธิ์ 1940 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย The Holy Bible – Thai 1940 Copyright ©1940 Thailand Bible Society
Thailand Bible Society