2พงศาวดาร 18 - พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 19401 ยะโฮซาฟาดประกอบด้วยทรัพย์สมบัติและยศมาก, แล้วท่านได้เข้าเป็นสัมพันธมิตรกับกษัตริย์อาฮาบ. 2 ครั้นล่วงไปได้หลายปียะโฮซาฟาดเสด็จลงไปหากษัตริย์อาฮาบที่กรุงซะมาเรีย. อาฮาบได้ฆ่าแกะและโคเป็นอันมากเลี้ยงท่านกับพวกตามเสด็จ. แล้วอาฮาบได้ชักชวนยะโฮซาฟาดให้ขึ้นไปยังเมืองราโมธฆีละอาด. 3 อาฮาบกษัตริย์ยิศราเอลทรงถามยะโฮซาฟาดกษัตริย์แผ่นดินยูดาว่า, ท่านจะขึ้นไปยังเมืองฆีละอาดกับเราหรือ? ฝ่ายยะโฮซาฟาดทูลตอบว่า, เรากับท่านและพลไพร่ของเรากับพลไพร่ของท่านก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในทางรักษาไมตรีในการศึก 4 ยะโฮซาฟาดจึงตรัสแก่กษัตริย์ยิศราเอลว่า, ในชั้นต้น, ขอท่านจงทูลถามพระยะโฮวาเสียก่อน. 5 กษัตริย์ยิศราเอลจึงได้หาผู้ทำนายสี่ร้อยคนมาประชุมกัน, ตรัสถามว่า, ควรเราจะพากันขึ้นไปสู้รบกับเมืองราโมธฆีละอาดหรือไม่? ผู้ทำนายเหล่านั้นทูลว่า, จงขึ้นไปเถิด, เพราะพระเจ้าจะมอบไว้ใต้อำนาจกษัตริย์. 6 แต่ยะโฮซาฟาดตรัสถามอีกว่า, ที่นี่ผู้ทำนายของพระยะโฮวาไม่มีอีกเลยหรือ, เพื่อเราจะได้ไต่ถามท่านบ้าง? 7 กษัตริย์ยิศราเอลตรัสตอบยะโฮซาฟาดว่า, ยังมีผู้หนึ่ง, ที่ทูลถามแต่พระยะโฮวาได้: แต่เราเกลียดผู้นั้น; เหตุว่าผู้นั้นไม่เคยทำนายดีๆ ให้เราเลย, ทำนายล้วนแต่ชั่วร้ายเสมอ; คนนั้นชื่อมีคาบุตรชายของยิมลา. ยะโฮซาฟาดจึงตรัสว่า, ขอท่านอย่าเพ่อตรัสดังนั้นเลย. 8 กษัตริย์ยิศราเอลจึงได้เรียกเจ้าพนักงานคนหนึ่งมาตรัสว่า, จงไปเรียกมีคาบุตรชายของยิมลาให้มาโดยเร็วเถิด. 9 กษัตริย์ยิศราเอลและยะโฮซาฟาดกษัตริย์ยูดาทรงประทับบนพระที่นั่งองค์ละที่, สวมเครื่องฉลองพระองค์เสด็จอยู่ที่สนามตรงช่องประตูกรุงซะมาเรีย; ผู้ทำนายทั้งหลายกำลังเฝ้าทำนายอยู่. 10 ฝ่ายซิคคียาบุตรชายของคะนันนาได้ทำเขาเหล็กคู่หนึ่งกล่าวว่า, พระยะโฮวาทรงตรัสดังนี้, โดยใช้เขานี้ท่านจะชนชาวซุเรียกว่าพวกนั้นจะสิ้นเชิง. 11 ผู้ทำนายทั้งปวงได้ทำนายเหมือนกันกล่าวว่า, จงขึ้นไปยังเมืองราโมธฆีละอาดแล้วจะมีความเจริญ: ด้วยพระยะโฮวาจะทรงมอบเมืองนั้นไว้กับมือกษัตริย์ 12 ผู้รับใช้ที่ไปเรียกมีคานั้นได้บอกกับท่านว่า, ดูเถิด, ผู้ทำนายทั้งปวงทำนายให้กษัตริย์เป็นปากเดียวล้วนแต่คำดี; ขอโปรดให้คำของท่านเป็นเหมือนคำของเขา, จงให้คำของท่านเป็นดีด้วย. 13 มีคาตอบว่า, พระยะโฮวาทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด, ข้าพเจ้าจะกล่าวแต่คำที่พระองค์ทรงตรัสแก่ข้าพเจ้าแน่ฉันนั้น. 14 ครั้นมีคาเข้ามาเฝ้าแล้ว, กษัตริย์จึงตรัสถามว่า, มีคาเอ๋ย, ควรเราจะไปสู้รบกับเมืองราโมธฆีละอาดหรือไม่? มีคาจึงได้ทูลตอบว่า, จงขึ้นไปโดยศิริสวัสดิ์ปราศจากภัย, คนทั้งปวงนั้นจะตกอยู่ที่พระหัตถ์ท่าน. 15 กษัตริย์นั้นจึงตรัสกับมีคาว่า, เราจะต้องให้เจ้าเข้าทำสัตย์สาบานสักกี่ครั้งที่เจ้าจะกล่าวล้วนแต่ความจริงในนามของพระยะโฮวา? 16 มีคาจึงทูลว่า, ข้าพเจ้าได้เห็นพวกยิศราเอลกระจัดกระจายไปบนภูเขาดุจฝูงแกะไม่มีผู้เลี้ยง: แล้วพระยะโฮวาทรงตรัสว่า, คนทั้งปวงนี้ไม่มีนายแล้ว; ให้เขาทุกคนกลับไปยังบ้านเรือนของตนโดยสะดวกเถิด. 17 กษัตริย์ยิศราเอลก็ตรัสกับยะโฮซาฟาดว่า, ข้าพเจ้าได้บอกท่านแล้วมิใช่หรือว่า, คนนี้จะไม่ทำนายสิ่งที่ดีให้เรา, ทำนายแต่สิ่งที่ชั่วร้าย? 18 มีคาจึงได้กล่าวว่า, เหตุฉะนั้นจงฟังคำของพระยะโฮวาเถิด; ข้าพเจ้าได้เห็นพระยะโฮวาทรงประทับบนพระที่นั่งของพระองค์, พลโยธาทั้งปวงในสวรรค์ยืนอยู่ที่พระหัตถ์เบื้องขวาและพระหัตถ์เบื้องซ้าย. 19 พระยะโฮวาทรงตรัสว่า, ผู้ใดจะล่อลวงอาฮาบกษัตริย์ยิศราเอล, ให้ขึ้นไปและล้มตายที่เมืองราโมธฆีละอาดได้? มีผู้ทูลตอบอย่างนี้. และมีผู้ทูลตอบอย่างนั้น. 20 มีปีศาจมายืนฉะเพาะพระพักตรพระยะโฮวา, ทูลว่า, ข้าพเจ้าจะล่อลวงท่านเอง. พระยะโฮวาทรงตรัสถามปีศาจนั้นว่า, จะทำอย่างไร? 21 ผีปีศาจจึงทูลตอบว่า, ข้าพเจ้าจะไปเป็นปีศาจล่อลวงปากผู้ทำนายทั้งปวงของอาฮาบ. พระยะโฮวาทรงตรัสว่า, เจ้าจะล่อลวงเขาได้ชัยชะนะ, ไปทำอย่างนั้นเถิด. 22 ข้าแต่กษัตริย์, พระยะโฮวาได้ให้ผีปีศาจอยู่ที่ปากเหล่าผู้ทำนายของท่าน, พระยะโฮวาได้ทรงตรัสกล่าวร้ายแก่ท่าน 23 ซิคคียาบุตรชายของคะนันนาจึงได้แอบเข้ามาตบมีคาที่แก้มถามว่า, พระวิญญาณพระยะโฮวาข้ามจากข้าไปพูดกับเจ้าทางไหนเล่า? 24 มีคาตอบว่า, ดูเถิด, เจ้าจะเห็นแจ้งในวันนั้น, เมื่อเจ้าเข้าไปซ่อนตัวในห้องนี้ห้องนั้น. 25 กษัตริย์ยิศราเอลจึงรับสั่งว่า, จงคุมมีคาไปมอบไว้กับอาโมนกรมการเมืองและโยอาศราชบุตร; 26 บอกเขาว่า, กษัตริย์สั่งดังนี้ว่า, จงจำคนนี้ไว้ในคุก, เลี้ยงด้วยขนมและน้ำแห่งความทุกข์, กว่าเราจะกลับมาด้วยความสุขสำราญ. 27 ส่วนมีคาทูลตอบว่า, ถ้าท่านกลับมามีความสุขจริง, พระยะโฮวาไม่ได้ทรงตรัสโดยปากข้าพเจ้า, มีคาจึงกล่าวว่า, ฝูงคนทั้งปวงจงฟังเถิด. 28 แล้วกษัตริย์ยิศราเอลและยะโฮซาฟาดกษัตริย์ยูดา, ได้เสด็จขึ้นไปยังเมืองราโมธฆีละอาด. 29 กษัตริย์ยิศราเอลจึงตรัสกับยะโฮซาฟาดว่า, เราจะแปลงตัวปลอมเข้าไปในการรบศึก; แต่ท่านจึงทรงเครื่องฉลองพระองค์. กษัตริย์ยิศราเอลก็ได้เปลงตัวแล้วทั้งสององค์ได้เสด็จเข้าไปในการรบศึก. 30 ฝ่ายกษัตริย์ซุเรียได้รับสั่งแก่พวกนายกองรถรบของท่านว่า, อย่าสู้รบกับผู้ใหญ่ผู้น้อยเลย, เวันแต่กษัตริย์ยิศราเอลเท่านั้น. 31 ครั้นนายกองรถรบแลเห็นยะโฮซาฟาด, เขานึกว่า, นี่แหละเป็นกษัตริย์ยิศราเอล. เขาจึงตรูเข้าไปสู้รบกับท่าน: แต่เมื่อยะโฮซาฟาดได้ร้องอธิษฐาน, พระยะโฮวาทรงโปรดช่วย; โดยพระเจ้าทรงดลใจให้เขาละไปเสียจากท่าน. 32 อยู่มาครั้นนายกองรถรบเห็นว่าไม่ใช่กษัตริย์ยิศราเอล, จึงหันกลับจากการไล่ติดตามท่าน. 33 ยังมีคนหนึ่งน้าวสายธนูยิงไปโดยไม่จงใจ, เผอิญถูกกษัตริย์ยิศราเอลเข้าที่ช่องเครื่องเกราะต่อติดกัน: เหตุฉะนั้นท่านจงรับสั่งแก่นายสารถีรถของท่านว่า, จงกลับไปส่งเราให้พ้นจากกระบวนศึกเถิด; เพราะเราต้องอาวุธแล้ว. 34 วันนั้นการรบกันได้กำเริบขึ้น: กษัตริย์ยิศราเอลได้พะยุงพระองค์ขึ้นมีรถรบต่อสู้พวกซุเรียจนเวลาเย็น: พอเวลาตะวันตกท่านก็สิ้นพระชนม์ |
พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับ 1940 สงวนลิขสิทธิ์ 1940 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย The Holy Bible – Thai 1940 Copyright ©1940 Thailand Bible Society
Thailand Bible Society