2พงศาวดาร 13 - พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 19401 ครั้นถึงปีที่สิบแปดแห่งแผ่นดินกษัตริย์ยาราบะอามอะบียาได้ขึ้นครอบครองแผ่นดินยูดา. 2 ได้ครอบครองกรุงยะรูซาเลมสามปี, ราชมารดาของท่านชื่อมิคิยา, บุตรของอูรีเอ็ลชาวเมืองฆิบอา. ส่วนอะบียากับยาราบะอามได้เป็นข้าศึกต่อกัน. 3 อะบียาได้ทำสงครามมีกองทหารแกล้วกล้าสี่แสนคน: ยาราบะอามได้จัดกระบวนศึก, มีทหารฉกรรจ์แกล้วกล้าเข้มแข็งแปดแสนคน. 4 อะบียาได้ยังอยู่บนภูเขาชื่อซะมารายิม, ที่เป็นยอดหนึ่งในแนวภูเขาเอ็ฟรายิม, แล้วตรัสว่า, ยาราบะอามกับพวกยิศราเอลทั้งปวงจงฟังเราเถิด; 5 ควรท่านทั้งหลายจะทราบว่า, พระยะโฮวาพระเจ้าของพวกยิศราเอลทรงตั้งให้ดาวิดปกครองแผ่นดินยิศราเอลเป็นนิตย์มิใช่หรือ, ทรงมอบไว้กับท่านและราชวงศ์ตามคำสัญญาใช้เกลือเป็นสำคัญ? 6 แต่ยาราบะอามบุตรชายของนะบาต, ซึ่งเป็นทาสของซะโลโมราชบุตรของดาวิด, ได้กบฏขึ้นต่อนายของตน. 7 มีพวกคนถ่อย, คนพาลรวมกันเข้าหาผู้นั้นก่อการต่อสู้ระฮับอามราชบุตรของกษัตริย์ซะโลโม, เมื่อระฮับอามยังทรงพระเยาว์อยู่และพระราชหฤทัยอ่อนแอ, และไม่อาจทนทานป้องกันไว้ได้. 8 บัดนี้ท่านทั้งหลายหมายว่าจะแข็งเมืองต่อสู้แผ่นดินที่พระยะโฮวาทรงมอบไว้กับราชบุตรของดาวิด; ส่วนท่านทั้งหลายเป็นหมู่คณะใหญ่, ทั้งมีรูปโคทองสองรูป, ที่ยาราบะอามได้ทำไว้ให้เป็นพระของพวกท่านอยู่พร้อมด้วย. 9 ท่านทั้งหลายให้กำจัดพงศ์พันธุ์ของอาโรนที่เป็นปุโรหิตของพระยะโฮวา, และพวกเลวีจึงได้ตั้งปุโรหิตแต่ลำพังตามแบบนานาประเทศมิใช่หรือ? เสมอเพียงผู้หนึ่งผู้ใดจะนำลูกโคผู้ตัวหนึ่งและแกะผู้เจ็ดตัวนั้น, มาเฉลิมตัวขึ้น, ก็เป็นปุโรหิตแก่พระเท็จนั้นได้. 10 ฝ่ายพวกเรานั้น, พระยะโฮวาเป็นพระเจ้าของเรา ๆ ไม่ได้ละทิ้งพระองค์, และพวกปุโรหิตที่มีตำแหน่งปฏิบัติพระยะโฮวาเป็นพงศ์พันธุ์ของอาโรน, ทั้งมีพวกเลวีอยู่ตามตำแหน่งของตน: 11 คอยเผาเครื่องหอมเครื่องบูชาเพลิงถวายพระยะโฮวาทั้งเวลาเช้าเวลาเย็นทุกวัน: และมีขนมเตรียมไว้ที่โต๊ะบริสุทธิ์; มีเชิงตะเกียงทองคำกับตะเกียงต่างๆ สำหรับการนั้นก็จุดเวลาเย็นทุกวันๆ: ด้วยฝ่ายพวกเรานี้ถือรักษาพระดำรัสของพระยะโฮวาพระเจ้าของเรา; แต่ฝ่ายพวกท่านได้ละทิ้งพระองค์เสีย. 12 ดูเถิด, พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับพวกเราและทรงเป็นหัวหน้า, และปุโรหิตของพระองค์ก็ถือแตรประโคมเสียงประกาศการต่อสู้พวกท่าน. ดูกรเผ่าพันธุ์ของยิศราเอล, อย่ารบสู้ต่อพระยะโฮวาพระเจ้าแห่งปู่ย่าตายาย; ด้วยท่านจะไม่มีความเจริญ 13 แต่ยาราบะอามได้จัดกองซ่อนซุ่มให้อ้อมมาเบื้องหลัง: 14 ครั้นทหารพวกยูดายหันมองดูเบื้องหลังก็เห็นมีข้าศึกกระหนาบเข้ามาเบื้องหน้าเบื้องหลัง: เขาจึงพากันอธิษฐานพระยะโฮวา, พวกปุโรหิตก็เป่าแตรประโคมเสียง. 15 พลทหารยูดาจึงร้องเป็นเสียงโกลาหล: และครั้นพวกยูดาร้องเสียงดังนั้น, พระยะโฮวาจึงได้ทรงปราบปรามยาราบะอามและพวกยิศราเอลทั้งปวงต่อหน้าอะบียาและชาวแผ่นดินยูดา. 16 ทหารพวกยิศราเอลพ่ายแพ้แตกหนีพวกยูดา; และพระเจ้าทรงมอบเขาไว้ในมือพวกนั้น. 17 อะบียากับทหารของท่านได้ประหารพวกนั้นเป็นการใหญ่: และพลทหารยิศราเอลที่ฉกรรจ์ก็ล้มตายนับได้ห้าแสนคน. 18 ขณะนั้นพวกยิศราเอลก็พ่ายแพ้, และพวกยูดามีชัยชะนะ, ด้วยเหตุได้พึ่งอาศัยพระยะโฮวาพระเจ้าแห่งปู่ย่าตายาย. 19 อะบียาจึงไล่ติดตามยาราบะอามไป, ริบเอาเมืองของท่าน, คือเบ็ธเอลกับหมู่บ้านที่ขึ้นกับเมืองนั้น, ยะซานากับหมู่บ้านที่ขึ้นกับเมืองนั้น, และเอ็ฟโรนกับหมู่บ้านที่ขึ้นกับเมืองนั้น. 20 ยารามะอามตั้งตัวขึ้นอีกในคราวแผ่นดินอะบียาไม่ได้: แล้วพระยะโฮวาลงพระราชอาญาให้ท่านสิ้นชีพ: 21 อะบียาได้ตั้งแผ่นดินของท่านมั่นคง, แล้วได้รับมเหษีสิบสี่คน, เกิดราชบุตรยี่สิบสององค์, และราชธิดาสิบหกองค์. 22 กิจการของอะบียาที่เหลืออยู่กับธรรมเนียม, และพระดำรัสของท่านนั้นก็มีแจ้งอยู่ในพงศาวดารของอีโดผู้พยากรณ์ |
พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับ 1940 สงวนลิขสิทธิ์ 1940 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย The Holy Bible – Thai 1940 Copyright ©1940 Thailand Bible Society
Thailand Bible Society