1ซามูเอล 20 - พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 19401 ดาวิดก็หนีจากนาโยธแขวงรามาเข้ามาเฝ้าโยนาธาน, ทูลว่า, ข้าพเจ้าได้ทำอะไร? และได้ทำล่วงเกินอย่างไร? ความผิดของข้าพเจ้าต่อพระราชบิดาเป็นประการใด? พระองค์จึงหาช่องจะประหารชีวิตข้าพเจ้าเสีย? 2 โยนาธานตรัสว่า, ขอให้การนั้นห่างไกลจากท่านเถิด, ท่านจะไม่สิ้นชีวิต, ดูเถิด, พระราชบิดาของเรากระทำการใหญ่ หรือน้อยก็ดี, คงแจ้งให้เรารู้, เหตุไฉนพระองค์จึงปิดบังความข้อนี้ไว้จากเราเล่า? หาเป็นเช่นนั้นไม่. 3 ดาวิดก็ตั้งสัตย์สาบานว่า, พระราชบิดาของท่านคงทรงทราบว่า, ข้าพเจ้าได้มีความชอบต่อพระเนตรของท่าน, พระองค์ทรงพระดำริเห็นว่า ไม่ควรให้โยนาธานทราบความนี้, หากจะเป็นที่โทมนัสน้อยพระทัย, แต่ทว่าพระยะโฮวาทรงพระชนม์อยู่ และท่านยังเป็นอยู่แน่ฉันใด ในระหว่างข้าพเจ้ากับความตายมีแต่ก้าวเดียวแน่ฉันนั้น. 4 โยนาธานจึงสัญญากับดาวิดว่า, ท่านจะปรารถนาสิ่งใดเราจะอนุเคราะห์สิ่งนั้นให้แก่ท่าน. 5 ดาวิดจึงทูลโยนาธานว่า, ดูเถิดพรุ่งนี้จะขึ้นเดือนใหม่ ข้าพเจ้าจำจะต้องนั่งเฝ้ากษัตริย์ในการเลี้ยงโต๊ะ, แต่โปรดให้ข้าพเจ้าไปซ่อนตัวอยู่ที่ทุ่งนาจนถึงเวลาเย็นมะรืนนี้. 6 ถ้าพระราชบิดาของท่านจะสังเกตเห็นว่าข้าพเจ้าขาดไป, ขอท่านโปรดทูลว่า ดาวิดได้อ้อนวอนขออนุญาตรีบไปเบธเลเฮ็มเมืองของตน เพราะบรรดาคณาญาติจะทำการสักการบูชาประจำปีที่นั้น. 7 แม้จะทรงตรัสว่าดีแล้ว ข้าพเจ้าก็จะได้ความสุข, แต่หากว่าจะทรงพระพิโรธ พึงเข้าใจว่าท่านคงทรงปองร้าย, 8 เหตุฉะนั้นขอแสดงความเมตตากรุณาต่อข้าพเจ้า ด้วยท่านได้ชวนให้ข้าพเจ้าทำสัญญากับท่านฉะเพาะพระยะโฮวา, แม้นมีการชั่วร้ายในข้าพเจ้า, ท่านจงฆ่าข้าพเจ้าเสียเองเถิด, จะคุมไปหาพระราชบิดาของท่านทำไมเล่า? 9 โยนาธานตอบว่า, ขอให้การนั้นห่างไกลไปจากท่านเถิด, ถ้าเรารู้เวลาไรพระราชบิดาของเราปองร้ายต่อท่านเราจะไม่บอกหรือ? 10 ดาวิดทูลโยนาธานว่า, ถ้าพระราชบิดาของท่านจะตอบอย่างดุดัน ใครจะแจ้งแก่ข้าพเจ้าเล่า? 11 โยนาธานกล่าวแก่ดาวิดว่า, ให้เราพากันไปที่ทุ่งนาเถิด. แล้วท่านทั้งสองก็ออกไปที่ทุ่งนา 12 โยนาธานจึงกล่าวแก่ดาวิด (โดยสาบานต่อ) พระยะโฮวาพระเจ้าของชาติยิศราเอลว่า, เมื่อเราจะลองพระทัยพระราชบิดาเราเวลาพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ก็ดี, ถามความดีฝ่ายท่านดาวิด, เราคงจงส่งข่าวแจ้งให้ท่านทราบในทันใดนั้นมิใช่หรือ? 13 ขอพระยะโฮวาทรงลงโทษแก่เราอย่างนั้นและทวีขึ้นอีก, ถ้าพระราชบิดาของเราจะปองร้ายต่อท่าน, แต่เราไม่แจ้งให้ทราบ, และปล่อยให้ท่านไปเป็นสุข, พระยะโฮวาได้ทรงสถิตอยู่กับพระราชบิดาฉันใด, ขอให้สถิตอยู่กับท่านฉันนั้น. 14 ใช่ว่าท่านจะแสดงความเมตตากรุณาเพราะเห็นแก่พระยะโฮวาในระหว่างเมื่อเรายังมีชีวิตอยู่ไม่ให้เราถึงแก่ความตาย: 15 มิหนำซ้ำขณะเมื่อพระยะโฮวาทรงทำลายศัตรูของดาวิด, ให้ขาดจากพื้นดินทั้งสิ้น, ท่านจะไม่ตัดให้ความเมตตากรุณานั้นขาดจากเชื้อวงศ์ของเราสืบไปเป็นนิตย์. 16 โยนาธานก็ผูกไมตรีไว้กับเชื้อวงศ์ของดาวิด (ถ้าจะกลับถ้อยคืนคำ) พระยะโฮวาจะทรงบันดาลให้ข้าศึกของดาวิดเป็นผู้ลงโทษ 17 โยนาธานก็ให้ดาวิดสาบานอีก, ด้วยเหตุได้รักดาวิดดุจรักจิตต์ใจของตนเอง. 18 โยนาธานจึงกล่าวว่า, พรุ่งนี้เป็นวันขึ้นเดือนใหม่ และท่านจะขาด ที่นั่งของท่านจะว่างเปล่า. 19 มะเรื่องจงลงมาจากที่ซ่อนในวันที่จัดการนั้นให้คอยอยู่ที่ศิลาอาเซล. 20 เราจะยิงลูกธนูให้ตกริมศิลานั้น, สามลูกเหมือนกับยิงเป้า. 21 แล้วเราจะบอกคนใช้ว่า, ไปเก็บลูกธนูมา, ถ้าเราบอกคนใช้ว่า, นี่แน่ะลูกธนูอยู่ข้างนี้จงเก็บมาเถิด, พระยะโฮวาทรงพระชนม์อยู่ฉันใด, ท่านก็จะได้ความสุขพ้นจากภัยอันตรายฉันนั้น. 22 แต่ถ้าเราจะบอกคนหนุ่มนั้นอย่างนี้ว่า, นี่แน่ะลูกธนูอยู่ข้างโน้น, จงไปเสียเถิด, ด้วยพระยะโฮวามีรับสั่งให้ท่านไป. 23 บรรดาถ้อยคำซึ่งเราทั้งสองได้สัญญากันนั้น, พระยะโฮวาจะทรงเป็นพะยานต่อเราทั้งสองฝ่ายสืบไปเป็นนิตย์ 24 ดาวิดจึงไปซ่อนอยู่ที่ทุ่งนา, ครั้นถึงวันต้นเดือนใหม่ กษัตริย์ก็ทรงเลี้ยงโต๊ะ. 25 ฝ่ายพระองค์ทรงพระที่นั่งที่เคยซึ่งอยู่ริมฝาผนัง แต่โยนาธานยืนอยู่, ส่วนอับเนรนั่งเคียงซาอูล แต่ที่นั่งของดาวิดนั้นว่างเปล่า. 26 ในวันนั้นซาอูลมิได้ตรัสประการใดด้วยทรงพระดำริว่า, เผอิญเป็นเหตุดาวิดไม่บริสุทธิ์ตามประเพณีด้วยไม่ทันชำระตัว. 27 อยู่มาวันขึ้นสองค่ำที่นั่งของดาวิดยังว่างอยู่, ซาอูลทรงตรัสถามโยนาธานราชบุตรว่า, ทำไมบุตรยิซัยไม่มารับประทานอาหาร, ทั้งวานนี้และวันนี้ด้วย? 28 โยนาธานทูลว่า, ได้อ้อนวอนข้าพเจ้าขอลาไปเมืองเบธเลเฮ็ม. 29 ดาวิดได้ทูลว่า, ขออนุญาตให้ข้าพเจ้าไปเถิด, เพราะหมู่ญาติจัดการบูชาที่เมืองนั้น ทั้งพี่ชายสั่งด้วย, ถ้าข้าพเจ้าได้ความชอบต่อท่าน, ขอให้ไปเยี่ยมญาติพี่น้องบ้าง. เหตุฉะนั้นเขาจึงมิได้มานั่งโต๊ะของกษัตริย์ 30 ซาอูลทรงพระพิโรธต่อโยนาธาน ตรัสว่า, โอ้ลูกหญิงใจทรยศคิดกบฏเรา ไม่รู้หรือว่าเธอชอบพอกันกับบุตรชายยิซัยนั้นให้เป็นที่ละอายแก่เธอเอง และทั้งเป็นความละอายแก่มารดาด้วย. 31 เหตุว่าบุตรยิซัยยังมีชีวิตอยู่บนพื้นดินนานเท่าใด เธอและราชวงศ์ของเธอจะไม่ตั้งมั่นคงอยู่ได้. จงใช้คนไปจับตัวคุมมาให้เรา, เพราะเขาจะต้องตายเป็นแน่. 32 โยนาธานทูลตอบซาอูลพระราชบิดาว่า, จะประหารชีวิตดาวิดทำไม? เขาได้ทำผิดอะไร? 33 ซาอูลก็เอาหอกพุ่งไปหมายจะให้ถูก, โยนาธานจึงทราบว่าพระราชบิดาตั้งพระทัยจะประหารดาวิดเสีย. 34 โยนาธานก็ลุกขึ้นจากโต๊ะมีใจเดือดร้อนมิได้เสวยอาหารในวันที่สองนั้น, ด้วยเป็นทุกข์เพราะดาวิด, เหตุว่าพระราชบิดาทำให้มีความอัปยศ 35 อยู่มาครั้นรุ่งเช้า โยนาธานเสด็จออกไปยังทุ่งนา, ตามเวลาที่นัดกันไว้กับดาวิด, มีเด็กรุ่นคนหนึ่งตามเสด็จไปด้วย. 36 โยนาธานจึงรับสั่งแก่เด็กคนใช้นั้นว่า, จงวิ่งไปหาลูกธนูที่เรายิงไป, พอเด็กวิ่งก็ยิงลูกธนูเลยข้ามหน้าเด็กไป. 37 เมื่อเด็กคนใช้ไปที่ลูกธนูตกซึ่งโยนาธานได้ยิงนั้น, โยนาธานร้องบอกเด็กนั้นว่า, ลูกธนูอยู่ข้างโน้นมิใช่หรือ? 38 โยนาธานก็ร้องบอกเด็กนั้นว่า, จงรีบไปอย่าได้หยุด, เด็กจึงได้เก็บลูกธนูมาถวาย. 39 ส่วนเด็กนั้นไม่รู้เหตุอะไร, ผู้ที่รู้นั้นคือโยนาธานกับดาวิดเท่านั้น. 40 โยนาธานฝากเครื่องธนูไว้กับเด็กคนใช้, และรับสั่งให้ถือไปในเมือง. 41 พอเด็กนั้นไปแล้ว, ดาวิดได้ลุกขึ้นจากที่แห่งหนึ่งอยู่ข้างทิศใต้ กราบหน้าลงถึงดินถวายคำนับสามครั้ง, ต่างก็จุบกันและร้องไห้กัน, แต่ดาวิดร้องไห้มากกว่า. 42 โยนาธานรับสั่งแก่ดาวิดว่า, จงไปเป็นสุขเถิด, ด้วยเราทั้งสองได้สาบานในพระนามแห่งพระยะโฮวาว่า, พระองค์จะทรงเป็นพะยานฝ่ายเรากับท่าน, ทั้งเชื้อวงศ์ของเรากับเชื้อวงศ์ของท่านสืบไปเป็นนิตย์, ดาวิดก็ได้ลุกขึ้นไป, และโยนาธานได้เสด็จกลับเข้าเมือง |
พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับ 1940 สงวนลิขสิทธิ์ 1940 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย The Holy Bible – Thai 1940 Copyright ©1940 Thailand Bible Society
Thailand Bible Society