1พงศ์กษัตริย์ 21 - พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 19401 ภายหลังเหตุการณ์เหล่านี้, นาโบธชาวยิศเรลมีสวนองุ่นอยู่ในเมืองยิศเรล, ริมราชวังอาฮาบกษัตริย์ซะมาเรีย. 2 อาฮาบจึงตรัสแก่นาโบธว่า, สวนองุ่นของเจ้าจงขายให้เราเถิด, เพื่อจะทำเป็นสวนดอกไม้, เพราะอยู่ใกล้วังของเรา: เราจะเอาสวนองุ่นที่ดีกว่าแลกกับสวนนั้น; หรือถ้าเจ้าเห็นชอบ, เราจะให้ราคาสมกับสวนนั้น. 3 นาโบธกราบทูลอาฮาบว่า, ขอพระยะโฮวาทรงห้ามข้าพเจ้า, อย่าให้ขายสวนมรดกซึ่งได้รับจากปู่ย่าตายายให้แก่พระองค์. 4 อาฮาบก็เสด็จกลับเข้าในวังกลัดกลุ้มและแค้นเคืองพระทัยยิ่งนัก: เพราะถ้อยคำของนาโบธชาวยิศเรลที่ว่า, ข้าพเจ้าจะไม่ให้มรดกที่สืบมาจากปู่ย่าตายายของข้าพเจ้าแก่พระองค์. อาฮาบก็เอนพระกายลงบนพระแท่น. ทรงเบือนพระพักตรไม่เสวยกระยาหาร 5 ฝ่ายอีซาเบลมเหษีเข้ามาเฝ้าทูลว่า, เป็นไฉนพระองค์จึงกลุ้มพระทัยจนไม่เสวยกระยาหาร? 6 อาฮาบตรัสตอบว่า, เป็นเพราะเราได้พูดแก่นาโบธชาวยิศเรลว่า, จงขายสวนองุ่นของเจ้าให้เรา, หรือถ้าเจ้าเห็นชอบเราจะเอาสวนองุ่นตำบลอื่นแลกกับสวนองุ่นนั้น: เขาตอบว่า, ข้าพเจ้าไม่ยอมให้สวนองุ่นของข้าพเจ้า. 7 อีซาเบลมเหษีจึงทูลว่า, พระองค์เป็นผู้ครอบครองแผ่นดินยิศราเอลมิใช่หรือ? เชิญลุกขึ้นเสวยกระยาหาร, ทำพระทัยให้ชื่นบานยินดีเถิด: ข้าพเจ้าจะอาสานำสวนองุ่นของนาโบธชาวยิศเรลมาถวาย, 8 พระนางก็ทรงพระอักษรในพระนามอาฮาบ, และประทับตรา แผ่นดินส่งไปยังข้าราชการ, และขุนนางซึ่งอยู่ในเมืองนาโบธอาศัย. 9 ในพระอักษรนั้นมีความว่า, จงออกหมายประกาศให้ถืออดอาหาร. และตั้งนาโบธในตำแหน่งสูงท่ามกลางไพร่พล: 10 แล้วแต่งคนเลวๆ สองคนให้อ้างพะยานปรักปรำเขาว่า. เจ้าได้พูดหยาบช้าต่อพระเจ้าและต่อกษัตริย์แล้วจงคุมเอาออกไปเอาหินขว้างให้ตาย 11 ชาวเมืองของเขา, คือข้าราชการและขุนนางที่อาศัยในเมืองของเขานั้น, ได้กระทำตามพระอักษรที่อีซาเบลได้ส่งไปยังเขา. 12 เขาก็ออกหมายประกาศให้ถืออดอาหาร, และตั้งนาโบธไว้ในตำแหน่งสูงท่ามกลางไพร่พล. 13 มีคนเลวๆ สองคนเข้ามานั่งต่อหน้าเขา: และสองคนนั้นก็อ้างพะยานปรักปรำนาโบธในที่ประชุมว่า, นาโบธได้พูดหยาบช้าต่อพระเจ้าและต่อกษัตริย์. เขาทั้งหลายจึงคุมนาโบธไปนอกเมือง, และเอาหินขว้างจนตาย. 14 แล้วก็ใช้คนไปทูลอีซาเบลว่า, นาโบธถูกหินขว้างตายแล้ว. 15 เมื่อได้ทราบว่านาโบธถูกหินขว้างตาย. อีซาเบลกราบทูลอาฮาบว่า, เชิญเสด็จไปริบเอาสวนองุ่นของนาโบธชาวยิศเรล. ซึ่งเขาไม่ยอมรับเงินค่าสวนจากพระองค์: ด้วยนาโบธนั้นตายเสียแล้ว. 16 เมื่อได้ทรงทราบข่าวว่านาโบธตายเสียแล้ว, อาฮาบก็เสด็จไปริบสวนองุ่นของนาโบธชาวยิศเรล 17 พระคำของพระยะโฮวามาถึงเอลียาชาวทิศบีว่า, 18 “จงลุกขึ้นไปเฝ้าอาฮาบกษัตริย์ยิศราเอล ณ กรุงซะมาเรีย: นี่แน่ะ, ท่านอยู่ในสวนของนาโบธที่ท่านลงไปริบเอาสวนนั้น. 19 จงบอกว่า, พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า. เจ้าได้ฆ่าเขาเสียแล้วริบเอาทรัพย์ด้วยหรือ? จงบอกอีกว่า, พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า, ในที่ซึ่งสุนัขได้เลียเลือดของนาโบธ, ในที่นั้นสุนัข จะเลียเลือดของเจ้าเอง.” 20 อาฮาบก็ตรัสแก่เอลียาว่า, โอ้ศัตรูของเรา, เจ้าได้มาพบเราแล้วหรือ? เอลียาทูลตอบว่า, พบแล้ว: เพราะท่านได้ขายตัวเองกระทำชั่วร้ายในคลองพระเนตรแห่งพระยะโฮวา. 21 นี่แน่ะ, “เราจะนำความร้ายมายังเจ้า, จะตัดผู้ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าให้ ขาดไปหมด, และทั้งผู้ที่ซ่อนไว้และผู้ที่หนีไปไม่ให้เหลือทั่วเขตต์ยิศราเอล, แม้แต่เด็กชายคนเดียว, 22 เราจะทำให้เชื้อวงศ์ของเจ้า, เหมือนอย่างเชื้อวงศ์ยาราบะอามบุตรนะบาต, และเหมือนอย่างเชื้อวงศ์ของบาอะซาบุตรอะฮียา, เพราะความชั่วซึ่งเจ้าได้ยั่วให้เราเคืองพระทัย, และซึ่งได้กระทำให้พวกยิศราเอลหลงกระทำผิด.” 23 พระยะโฮวาได้ ทรงตรัสถึงอีซาเบลว่า, “สุนัขจะกินอีซาเบลที่เชิงเนินเมืองยิศเรล.” 24 ผู้ใดเกี่ยวข้องกับอาฮาบที่ตายในเมืองสุนัขจะกิน; ผู้ใดที่ตายในทุ่งนานกในอากาศจะกิน. 25 ไม่มีใครเหมือนอย่างอาฮาบผู้ได้ขายตัวเอง, ทำการชั่วร้ายในคลองพระเนตรแห่งพระยะโฮวา, และประพฤติตามอีซาเบลมเหษีที่ได้ยุยงนั้น. 26 ท่านได้กระทำการอย่างน่าเกลียดชังยิ่งนัก, คือได้ไหว้รูปเคารพ, ตามธรรมเนียมทั้งหลายของชาวอะโมรี, ผู้ที่พระยะโฮวาทรงขับไล่ออกไปเสียข้างหน้าชาติยิศราเอล 27 เมื่ออาฮาบได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นก็ฉีกฉลองพระองค์, ทรงภูษาเนื้อหยาบไม่เสวยกระยาหาร, ทรงภูษาเนื้อหยาบเข้าบรรทม, เวลาดำเนินไปก็ดำเนินเบาๆ. 28 พระคำแห่งพระยะโฮวามาถึงเอลียาชาวทิศบีว่า, 29 “เจ้าได้เห็นอาฮาบถ่อมใจลงต่อเราอย่างไรหรือ? เหตุว่าเขาได้ถ่อมใจต่อเรา, เราจะไม่บันดาลให้ภัยนั้นเกิดมาในวันคืนของเขา: แต่เราจะนำความร้ายนั้นมาในยุคแห่งเชื้อวงศ์บุตรของเขา.” |
พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับ 1940 สงวนลิขสิทธิ์ 1940 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย The Holy Bible – Thai 1940 Copyright ©1940 Thailand Bible Society
Thailand Bible Society