1พงศ์กษัตริย์ 12 - พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 19401 ระฮับอามก็ไปเมืองเซเค็ม: ด้วยพวกยิศราเอลทั้งปวงประชุมกัน ณ เมืองเซเค็มเพื่อจะตั้งท่านไว้เป็นกษัตริย์. 2 เมื่อยาราบะอามบุตรนะบาตยังอยู่ได้ยินเหตุการณ์นั้น, เพราะยาราบะอามซึ่งหนีจากกษัตริย์ซะโลโมยังอาศัยอยู่ ณ ประเทศอายฆุบโต; 3 เขาทั้งหลายจึงได้ให้เรียกท่านมา ยาราบะอามกับพวกยิศราเอลทั้งปวงก็มาเฝ้าระฮับอามทูลว่า, 4 พระราชบิดาของพระองค์ได้กระทำแอกของข้าพเจ้าทั้งหลายหนักนัก: บัดนี้ขอพระองค์โปรดให้การหนักของพระราชบิดา, และแอกหนักซึ่งพระราชบิดาได้วางบนข้าพเจ้าทั้งหลายนั้นให้เบาขึ้น, ข้าพเจ้าทั้งหลายจึงจะปรนนิบัติพระองค์. 5 ระฮับอามตรัสว่าจงไปเถิดอีกสามวันจงกลับมาเฝ้าอีก. แล้วคนทั้งปวงก็ทูลลาไป 6 กษัตริย์ระฮับอามก็ปรึกษากับผู้เฒ่า, ซึ่งเคยเฝ้าซะโลโมราชบิดาเมื่อยังทรงพระชนม์อยู่ว่า, ท่านทั้งหลายจะแนะนำให้เราตอบคนทั้งปวงนี้อย่างไร? 7 คนเหล่านั้นจึงทูลว่า, วันนี้ถ้าพระองค์จะปรนนิบัติตามใจราษฎรทั้งหลายและจะผ่อนปรนเอาใจเขา, และตอบเขาด้วยถ้อยคำอันอ่อนหวาน, เขาทั้งหลายจะเป็นทาสของพระองค์เป็นนิจ. 8 แต่ระฮับอามหาได้รับคำแนะนำของผู้เฒ่าเหล่านั้นไม่, จึงไปปรึกษากับคนหนุ่มๆ ที่รุ่นเดียวกันกับพระองค์, และยืนอยู่ฉะเพาะพระองค์; 9 พระองค์ตรัสถามเขาทั้งหลายว่า, ท่านจะแนะนำเราให้ตอบอย่างไรแก่คนเหล่านี้, ผู้ได้มาทูลว่า, ขอให้แอกซึ่งราชบิดาของพระองค์ได้วางบนข้าพเจ้าทั้งหลายให้เบาขึ้น? 10 ส่วนคนหนุ่มผู้วัฒนาขึ้นกับพระองค์ทูลว่า, พระองค์จงตรัสแก่ราษฎรทั้งปวงผู้ได้ทูลว่า,ราชบิดาของพระองค์ได้ให้แอกของข้าพเจ้าหนัก, ขอพระองค์ได้ทรงกระทำให้เบาขึ้น; พระองค์จงตรัสดังนี้ว่า, นิ้วก้อยของเราก็โตกว่าบั้นเอวพระราชบิดาของเรา. 11 และซึ่งพระราชบิดาของเราได้วางแอกหนักบนเจ้าทั้งหลาย, เราจะให้เพิ่มเติมบนแอกของเจ้าหนักทวีขึ้นอีก: และซึ่งพระราชบิดาของเราได้โบยตีเจ้าด้วยไม้เรียว, เราจะโบยตีเจ้าด้วยแมลงป่อง 12 ยาราบะอามกับพวกยิศราเอลทั้งปวงก็มาเฝ้าระฮับอาม ณ วันที่สาม, ตามที่กษัตริย์ได้ทรงรับสั่งนัดไว้ว่า, จงกลับมาหาเราอีกในวันที่สามนั้น. 13 ฝ่ายกษัตริย์ได้ทรงละทิ้งคำแนะนำของผู้เฒ่าซึ่งเขาทูลแนะนำพระองค์ไว้, และได้ ตอบพวกนั้นด้วยคำหยาบคาย; 14 ตรัสแก่เขาตามคำแนะนำของคนหนุ่มๆ นั้นว่า, พระราชบิดาของเราได้กระทำให้แอกของพวกเจ้าหนักไป: แต่เราจะเพิ่มให้แอกของเจ้าหนักขึ้นอีก, พระราชบิดาของเราได้โบยตีเจ้าด้วยไม้เรียว, แต่เรา จะโบยตีเจ้าด้วยแมลงป่อง. 15 กษัตริย์หาได้ทรงเชื่อฟังฝูงคนเหล่านี้ไม่; เพราะเหตุการณ์นั้นเป็นมาแต่พระยะโฮวา, เพื่อจะได้ให้คำตรัสของพระองค์สำเร็จ, ซึ่งพระองค์ตรัสโดยอะฮียาชาวซีโลและยาราบะอามบุตรนะบาต 16 เมื่อพวกยิศราเอลทั้งปวงเห็นแล้วว่ากษัตริย์หาได้ทรงฟังคำร้องทุกข์ของเขาทั้งหลายไม่, จึงกราบทูลตอบกษัตริย์ว่า, พวกเรามีอะไรเกี่ยวข้องกับดาวิดเล่า? เราไม่มีผลประโยชน์อะไรในบุตรยิซัย: โอ้ยิศราเอล, จงไปยังทัพอาศัยเถิด: ดาวิดจงดูแลเชื้อวงศ์ของตัวเองเถิด. พวกยิศราเอลนั้นต่างคนก็ต่างไปยังทัพอาศัยของตน. 17 แต่ส่วนชาติยิศราเอลซึ่งอาศัยในหัวเมืองแห่งตระกูลยูดา, ระฮับอามยังได้ครอบครองเขาอยู่. 18 คราวนั้นกษัตริย์ระฮับอามได้ทรงใช้ให้อะโดรามเจ้าพนักงานเกณฑ์พลโยธาไปหาเขา, และพวกยิศราเอลได้เอาหินขว้างเขาตาย. กษัตริย์ระฮับอามก็ได้เสด็จขึ้นราชรถรีบหนีไปยังกรุงยะรูซาเลมโดยเร็ว. 19 พวกยิศราเอลจึงได้กบฎต่อราชวงศ์ของดาวิดถึงทุกวันนี้. 20 เมื่อพวกยิศราเอลทั้งปวงได้ยินว่ายาราบะอามได้กลับมาแล้ว, เขาก็ใช้ให้ไปเชิญท่านมายังที่ประชุม, แล้วก็ตั้งท่านไว้เป็นกษัตริย์ ครอบครองพวกยิศราเอลทั้งปวง: ไม่มีผู้ติดตามราชวงศ์ของดาวิด, เว้นแต่ตระกูลยูดาตระกูลเดียวเท่านั้น 21 เมื่อระฮับอามมาถึงกรุงยะรูซาเลม, ได้เรียกประชุมตระกูลยูดาทั้งหมดกับตระกูลเบ็นยามิน, เลือกชายฉกรรจ์เป็นนักรบได้แสนแปดหมื่นคน, เพื่อจะยกไปสู้รบกับพวกยิศราเอล, เพื่อจะชิงเอาแผ่นดินกลับคืนมาอีก, เพื่อถวายแก่ระฮับอามราชบุตรซะโลโม. 22 แต่คำแห่งพระเจ้ามายังซะมายาผู้พยากรณ์ของพระเจ้าว่า, 23 จงไปทูลระฮับอามบุตรซะโลโมกษัตริย์ยูดาและเชื้อวงศ์ยูดาทั้งหมด, และเบ็นยามิน, และพลไพร่ซึ่งเหลือว่า, 24 พระยะโฮวาได้ตรัสดังนี้ว่า, “ท่านทั้งหลาย อย่าขึ้นไปสู้รบกับพี่น้องของท่านคือพวกยิศราเอลเลย: จงกลับไปเรือนของตัวทุกคนเพราะสิ่งนี้เป็นมาแต่เรา. “เหตุฉะนี้เขาทั้งหลายจึงได้เชื่อฟังถ้อยคำแห่งพระยะโฮวา, และกลับไปตามคำพระยะโฮวานั้น 25 คราวนั้นยาราบะอามก็สร้างเมืองเซเค็มในภูเขาเอ็ฟรายิมขึ้นใหม่, ทรงอาศัยอยู่ที่นั้น; แล้วออกไปสร้างเมืองพะนูเอล. 26 ยาราบะอามก็ทรงดำริว่า, ชะรอยแผ่นดินจะกลับไปเป็นของราชวงศ์ของดาวิดอีก: 27 ถ้าไพร่พลเหล่านี้จะขึ้นไปถวายบูชาในโบสถ์แห่งพระยะโฮวาในกรุงยะรูซาเลม, ใจแห่งไพร่พลนี้ก็จะกลับไปยังนายเขาคือระฮับอามกษัตริย์ยูดา, แล้วก็จะฆ่าเราเสีย, และพลไพร่ก็จะกลับไปหาระฮับอามกษัตริย์ยูดาอีก. 28 กษัตริย์จึงทรงใคร่ครวญ, แล้วก็ทำรูปโคสองรูปด้วยทองคำ, แล้วตรัสว่า, ซึ่งท่านทั้งหลายจะขึ้นไปยังกรุงยะรูซาเลมก็ลำบากเหลือกำลังนัก: โอ้ยิศราเอล, นี่แน่ะเป็นพระของท่าน, ซึ่งได้นำท่านออกมาจากประเทศอายฆุบโต. 29 ท่านก็ตั้งรูปโครูปหนึ่งไว้ที่เมืองเบ็ธเอล, และ อีกรูปหนึ่งนั้นตั้งไว้ที่เมืองดาน. 30 การณ์นี้เป็นเหตุให้เกิดความผิด: เพราะไพร่พลได้พากันขึ้นไปไหว้นมัสการแก่รูปนั้นซึ่งอยู่ในเมืองดาน. 31 แล้วท่านได้สร้างโบสถ์ไว้ในที่เนินสูง, ได้เลือกคนออกจากไพร่พลสามัญมิใช่บุตรของเลวีตั้งไว้เป็นปุโรหิต. 32 ยาราบะอามก็ตั้งธรรมเนียมการเลี้ยงกันในเดือนแปดวันที่สิบห้า, เหมือนอย่างการเลี้ยงซึ่งถือกันในตระกูลยูดา, และท่านก็ถวายบูชาบนแท่นนั้น. ท่านได้ถวายบูชาแก่รูปวัวเหล่านั้นซึ่งท่านได้สร้างไว้ในเมืองเบ็ธเอลด้วย, และท่านได้ตั้งปุโรหิตไว้ในเมืองเบ็ธเอล, สำหรับรักษาการนมัสการที่เนินสูงซึ่งท่านได้สร้างไว้แล้วนั้น. 33 ท่านได้ตั้งการเลี้ยงสำหรับพวกยิศราเอลในวันที่สิบห้าเดือนแปดดังที่ท่านกำหนดไว้ตามชอบพระทัยของท่าน; แล้วได้ขึ้นไปที่แท่น ซึ่งได้สร้างไว้ที่เมืองเบ็ธเอลเผาเครื่องหอมบูชา |
พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับ 1940 สงวนลิขสิทธิ์ 1940 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย The Holy Bible – Thai 1940 Copyright ©1940 Thailand Bible Society
Thailand Bible Society