1ซามูเอล 1 - พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 19401 มีชายผู้หนึ่งเป็นชาวรามาธายิมโซฟิมอยู่ที่แขวงซึ่งมีเขามากของเขตต์ตระกูลเอ็ฟรายิม, ชื่อเอ็ลคานาๆ เป็นบุตรยาโรฮามๆ เป็นบุตรเอะลีฮูๆ เป็นบุตรโธฮูๆ เป็นบุตรซูฟตระกูลเอ็ฟรายิม. 2 เอ็ลคานามีภรรยาสองคนๆ หนึ่งชื่อนางฮันนา อีกคนหนึ่งชื่อนางพะนีนา, นางพะนีนามีบุตร, แต่นางฮันนาหามีไม่. 3 เอ็ลคานาเคยขึ้นไปจากเมืองของตนไปยังเมืองซีโลทุกๆ ปีเพื่อจะนมัสการและถวายเครื่องบูชาแก่พระยะโฮวาเจ้าแห่งพลโยธา ณ ที่นั่น, ส่วนบุตรชายทั้งสองของเอล, ชื่อฮฟนีและฟีนะฮาศซึ่งเป็นปุโรหิตของพระยะโฮวา, ก็อยู่ที่นั่นด้วย. 4 เอ็ลคานาได้ถวายเครื่องบูชาคราวใด, ก็ได้แจกปันส่วนให้แก่พะนีนาภรรยากับบรรดาบุตรชายหญิงของนางด้วย. 5 แต่ได้แจกให้แก่นางฮันนาสองเท่า, เพราะรักนางมาก, แต่พระยะโฮวาได้ทรงปิดครรภ์ของนางไว้. 6 หญิงที่เป็นปัจจามิตรก็รบกวนนางฮันนาเป็นที่ยิ่งทำให้ได้ความร้อนใจ, เพราะพระยะโฮวาทรงปิดครรภ์นางไว้. 7 นางฮันนาขึ้นไปที่พลับพลาพระยะโฮวาครั้งไร, สามีเคยทำอย่างนี้แก่นางทุกๆ ปี, นางพะนีนาก็เคี่ยวเข็ญนางฮันนาร่ำไป, จนนางฮันนาร้องไห้ไม่รับประทานอาหาร. 8 เอ็ลคานาสามีจึงถามว่า, ทำไมจึงร้องไห้และไม่รับประทานอาหาร, เสียใจด้วยเรื่องอะไร, ฉันไม่ดีกว่าบุตรชายสิบคนหรือ? 9 เมื่อกินดื่มที่เมืองซีโลแล้วฮันนาก็ลุกขึ้น, ส่วนเอลีปุโรหิตก็นั่งอยู่ที่แท่นริมเสาพลับพลาของพระยะโฮวา. 10 นางฮันนาเป็นทุกข์ร้อนใจ, จึงได้อ้อนวอนพระยะโฮวา, และร้องไห้พิลาปร่ำไร. 11 แล้วได้ปฏิญาณไว้ว่า ข้าแต่พระยะโฮวาเจ้าแห่งพลโยธา, แม้นพระองค์จะทรงทอดพระเนตรดูความทุกข์แห่งผู้ทาสของพระองค์, และระลึกถึง, ไม่ละลืมข้าพเจ้า, กับทั้งจะทรงประทานบุตรชายแก่ผู้ทาสของพระองค์, แล้วข้าพเจ้าจะขอถวายบุตรนั้นไว้ฉะเพาะพระยะโฮวาตลอดชีวิต, โดยไม่ให้มีดโกนต้องศีรษะเลย 12 อยู่มาเมื่อเขากำลังอ้อนวอนฉะเพาะพระพักตรพระยะโฮวาต่อไป, เอลีก็สังเกตดูปากของนาง. ฮันนาได้พูดในใจ, แต่มุบมิบอยู่ที่ริมฝีปากเท่านั้น แต่เสียงนั้นไม่ได้ยิน, 13 เอลีก็สำคัญว่านางเมาสุรา. 14 จึงเตือนนางว่า, จะเมาไปนานสักเท่าไร, จงทิ้งน้ำองุ่นเสียเถิด. 15 ฮันนาก็ตอบว่า, มิใช่เจ้าข้า, ข้าพเจ้าเป็นหญิงใจทุกข์โศก, น้ำองุ่นหรือของเมาหาได้รับประทานไม่, เป็นแต่ได้อ้อนวอนร้องทุกข์ฉะเพาะพระพักตรพระยะโฮวาเท่านั้น. 16 อย่าได้ถือว่าข้าพเจ้าเป็นหญิงที่มีผิด. ด้วยข้าพเจ้าเป็นทุกข์ร้อนใจมาก, จึงทูลไปจนบัดนี้. 17 เอลีก็กล่าวว่า, จงไปเป็นสุข, ขอให้พระเจ้าของพวกยิศราเอลทรงโปรดประทาน, ตามที่เจ้าได้อธิษฐานต่อพระองค์นั้น. 18 นางฮันนาก็ตอบว่า, ขอให้ผู้ทาสของทานประสพกรุณาคุณของท่านเถิด. แล้วนางก็ลาไปรับประทานอาหาร, โดยหน้าชื่นบานมิได้เศร้าโศกต่อไปอีก 19 ครั้นรุ่งเช้าตรู่เขาทั้งหลายได้ตื่นขึ้นนมัสการฉะเพาะพระพักตรพระยะโฮวาแล้วกลับไปบ้านเมืองรามา, เอ็ลคานาก็ได้ร่วมเสน่หากับนางฮันนาภรรยาของตน, แล้วพระยะโฮวาได้ทรงระลึกถึงนางนั้น. 20 อยู่มานางฮันนามีครรภ์ถ้วนกำหนดแล้วก็คลอดบุตรเป็นชายเรียกชื่อว่าซามูเอล, แปลว่าได้ทูลขอแต่พระยะโฮวา 21 เอ็ลคานาได้พาบรรดาครอบครัวไป, จะถวายเครื่องบูชาและกระทำตามปฏิญาณแก่พระยะโฮวาตามกำหนดทุกปี. 22 แต่นางฮันนานั้นหาขึ้นไปไม่, ด้วยนางได้บอกสามีไว้ว่า, จะไม่ไปกว่าทารกอย่านมแล้ว, จึงจะพามาให้เฝ้าฉะเพาะพระพักตรพระยะโฮวา และอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นนิตย์. 23 เอ็ลคานาสามีก็ตอบว่า, สุดแล้วแต่เห็นชอบ, คอยจนให้เด็กอย่านมก่อน, แต่ขอพระยะโฮวาทรงโปรดให้พระดำรัสของพระองค์สำเร็จเถิด, หญิงนั้นจึงคอยให้เด็กกินนมจนอย่านมแล้ว, 24 ก็พาขึ้นไปกับโคผู้สามตัว แป้งหนึ่งถังเอฟา กับน้ำองุ่นหนึ่งขวดหนัง, มาถวายที่พลับพลาพระยะโฮวา ณ เมืองซีโล, ขณะเมื่อเด็กนั้นยังอ่อนอยู่. 25 เขาจึงได้ฆ่าโคและพาเด็กนั้นมาหาเอลี. 26 นางฮันนาจึงกล่าวว่า, “ท่านเจ้าข้า, มีชีวิตดำรงอยู่ฉันใด, หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าท่านที่นี่ซึ่งได้อธิษฐานอ้อนวอนทูลพระยะโฮวานั้นคือส่วนข้าพเจ้า. 27 ข้าพเจ้าได้ทูลขอทารกนี้แล้ว พระองค์ทรงโปรดประทานให้กับข้าพเจ้า, ตามคำอธิษฐาน. 28 ข้าพเจ้าจึงได้พาทารกนั้นมาถวายแก่พระองค์, จะได้เป็นผู้ซึ่งถวายพระยะโฮวาแล้วจนชีวิตหาไม่,” แล้วเขาได้นมัสการพระยะโฮวา ณ ที่นั่น. |
พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับ 1940 สงวนลิขสิทธิ์ 1940 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย The Holy Bible – Thai 1940 Copyright ©1940 Thailand Bible Society
Thailand Bible Society